Manuals

Manuals
พลังงาน (การตั้งค่าพลังงาน อุปกรณ์ป้องกันระบบไฟฟ้า และแบตเตอรี่): Dell เทคโนโลยี คู่มือการใช้

กลับไปยังหน้าเอกสารหลัก

พลังงาน (การตั้งค่าพลังงาน อุปกรณ์ป้องกันระบบไฟฟ้า และแบตเตอรี่)

Dell™ เทคโนโลยี คู่มือการใช้

  การตั้งค่าตัวเลือกการใช้พลังงาน

  อุปกรณ์ป้องกันระบบไฟฟ้า

  แบตเตอรี่ของคอมพิวเตอร์แบบพกพา



การตั้งค่าตัวเลือกการใช้พลังงาน

Windows Vista®

การใช้แผนการใช้พลังงาน

Windows Vista มีแผนการใช้พลังงานอยู่สามแบบ ซึ่งคุณสามารถเลือกใช้ได้ทันที หรือ
จะกำหนดค่าเพิ่มเพื่อให้ตรงตามความต้องการของคุณก็ได้ แผนการใช้พลังงาน ทำหน้าที่ในการจัดการวิธีที่คอมพิวเตอร์ของคุณใช้พลังงาน โดยมีทั้งการประหยัด พลังงาน การทำงานเต็มประสิทธิภาพของระบบ หรือสร้างสมดุลระหว่างสองตัวเลือก ข้างต้น แผนการใช้พลังงานที่กำหนดไว้แล้ว ได้แก่

  • สมดุล (Balanced)แผนนี้จะกำหนดให้คอมพิวเตอร์ทำงานเต็มประสิทธิภาพในเวลาที่จำเป็น และประหยัดพลังงานในช่วงที่ไม่ได้ใช้งาน

  • ประหยัดพลังงาน (Power saver) แผนนี้จะลดการใช้พลังงานลง โดยการลดประสิทธิภาพ การทำงานของระบบ เพื่อยืดอายุการใช้งานแบตเตอรี่ให้นานที่สุด

  • ประสิทธิภาพสูง (High performance) แผนนี้จะทำให้คอมพิวเตอร์แบบพกพาของคุณมีประสิทธิภาพการทำงานสูงสุดโดยการปรับความเร็วของตัวประมวลผลให้เหมาะสมตามการใช้งาน และใช้ระบบ อย่างเต็มประสิทธิภาพ

เมื่อต้องการเลือกแผนการใช้พลังงาน ให้ทำดังต่อไปนี้

  1. คลิก เริ่ม (Start) ® แผงควบคุม (Control Panel) ® ระบบและการบำรุงรักษา (System and Maintenance)® ตัวเลือกการใช้พลังงาน (Power Options)

  2. คลิกตัวเลือกที่คุณต้องการใช้

    ข้อมูลเพิ่มเติม : เมื่อ ต้องการศึกษาเพิ่มเติมเกี่ยวกับแผนการใช้พลังงาน กรุณาดู บริการช่วยเหลือและวิธีใช้ของ Windows : โดยคลิก เริ่ม (Start) หรือ ® บริการช่วยเหลือและวิธีใช้ (Help and Support)



สถานะการจัดการพลังงาน

สลีป

โหมดสลีปสามารถช่วยให้ประหยัดพลังงานได้ โดยโหมดนี้จะบันทึกเอกสารและ โปรแกรมต่างๆ ที่เปิดอยู่เอาไว้ เพื่อให้คอมพิวเตอร์ของคุณสามารถกลับมาทำงาน ต่อได้อย่างสมบูรณ์และรวดเร็วเมื่อคุณพร้อมที่จะเริ่มทำงานอีกครั้ง

เมื่อต้องการให้คอมพิวเตอร์ของคุณเข้าสู่โหมดสลีป ให้ทำดังต่อไปนี้

  • คลิก เริ่ม (Start) และเลื่อนตัวชี้ไปที่ไอคอนลูกศรข้างปุ่ม ล็อค จากนั้นคลิก สลีป (Sleep)

หรือ

  • คุณอาจใช้วิธีใดวิธีหนึ่งต่อไปนี้เพื่อให้คอมพิวเตอร์ของคุณเข้าสู่โหมดสลีป โดยจะขึ้นอยู่กับการตั้งค่าตัวเลือกการจัดการพลังงานของคุณ

    • กดปุ่มเปิด/ปิดเครื่อง

    • พับปิดจอแสดงผลของคอมพิวเตอร์แบบพกพา

    • กด <Fn><Esc>

เมื่อต้องการให้คอมพิวเตอร์ของคุณกลับมาทำงานใหม่ ให้ทำดังนี้ โดยวิธีการที่ใช้จะขึ้นอยู่กับการตั้งค่าตัวเลือกการจัดการพลังงานของคุณ

  • กดปุ่มเปิด/ปิดเครื่อง

หรือ

  • เปิดฝาจอแสดงผลของคอมพิวเตอร์แบบพกพา

โหมดไฮเบอร์เนต (Hibernate)

โหมดไฮเบอร์เนตสามารถช่วยให้ประหยัดพลังงานได้ โดยโหมดนี้จะคัดลอกข้อมูลระบบลงในพื้นที่จัดเก็บสำรองในฮาร์ดไดรฟ์ จากนั้น จะปิดระบบคอมพิวเตอร์ทั้งหมด เมื่อออกจากโหมดไฮเบอร์เนต คอมพิวเตอร์จะกลับไป ยังสถานะการทำงานเดียวกันกับช่วงก่อนเข้าสู่โหมดไฮเบอร์เนต

ประกาศ : คุณสามารถถอดอุปกรณ์ หรือถอดคอมพิวเตอร์ออกจากชุดฐานได้ในขณะที่คอมพิวเตอร์อยู่ในโหมดไฮเบอร์เนต

คอมพิวเตอร์ของคุณจะเข้าสู่โหมดไฮเบอร์เนตเมื่อระดับพลังงานในแบตเตอรี่เหลือน้อยมาก

เมื่อคุณต้องการสั่งให้คอมพิวเตอร์เข้าสู่โหมดไฮเบอร์เนตด้วยตนเอง ให้ทำดังนี้

  • คลิก เริ่ม (Start) และเลื่อนตัวชี้ไปที่ไอคอนลูกศรข้างปุ่ม ล็อค จากนั้น คลิก ไฮเบอร์เนต (Hibernate)

หรือ

  • คุณอาจใช้วิธีใดวิธีหนึ่งต่อไปนี้เพื่อให้คอมพิวเตอร์ของคุณเข้าสู่โหมดไฮเบอร์เนต โดยจะขึ้นอยู่กับการตั้งค่าตัวเลือกการจัดการพลังงานของคุณ

    • กดปุ่มเปิด/ปิดเครื่อง

    • พับปิดจอแสดงผลของคอมพิวเตอร์แบบพกพา

    • กด <Fn><Esc>

หมายเหตุ : การ์ด PC หรือการ์ด Express บางชนิดอาจทำงานได้ไม่ถูกต้องหลังจาก ที่คอมพิวเตอร์ออกจากโหมดไฮเบอร์เนต ให้ถอดการ์ดดังกล่าวออกและเสียบกลับเข้าไปใหม่ หรือให้รีสตาร์ท (รีบู๊ต) คอมพิวเตอร์ของคุณ

เมื่อต้องการออกจากโหมดไฮเบอร์เนต ให้กดปุ่มเปิด/ปิดเครื่อง คอมพิวเตอร์อาจใช้เวลาสักครู่ในการออกจากโหมดไฮเบอร์เนต

ข้อมูลเพิ่มเติม : เมื่อ ต้องการศึกษาเพิ่มเติมเกี่ยวกับแผนการใช้พลังงาน กรุณาดู บริการช่วยเหลือและวิธีใช้ของ Windows : โดยคลิก เริ่ม (Start)  หรือ ® บริการช่วยเหลือและวิธีใช้ (Help and Support)

Windows® XP

การกำหนดการตั้งค่าพลังงาน

  1. คลิก เริ่ม (Start) ® แผงควบคุม (Control Panel)® ประสิทธิภาพ และการบำรุงรักษา (Performance and Maintenance)® ตัวเลือกการใช้พลังงาน (Power Options)

  2. ในหน้าต่าง คุณสมบัติตัวเลือกการใช้พลังงาน (Power Options Properties window) คุณสามารถเปลี่ยนแปลงข้อมูลต่อไปนี้ได้ เพื่อให้ระบบสามารถรองรับการทำงาน ของคอมพิวเตอร์ได้อย่างมีประสิทธิภาพที่สุด

    • ชุดรูปแบบพลังงาน (Power Schemes) — เลือกการตั้งค่าที่กำหนดไว้แล้ว สำหรับคอมพิวเตอร์ของคุณ

    • การเตือน (Alarms) — ตั้งค่าการเตือนเมื่อพลังงานในแบตเตอรี่เหลือน้อยหรือ น้อยมาก (คอมพิวเตอร์แบบพกพา)

    • มาตรวัดพลังงาน (Power Meter) — ดูพลังงานที่เหลืออยู่ของแบตเตอรี่

    • ขั้นสูง (Advanced) — เลือกตัวเลือกการตั้งค่าพลังงานขั้นสูง

    • ไฮเบอร์เนต (Hibernate) — เปิดหรือปิดใช้งานโหมดไฮเบอร์เนต

ข้อมูลเพิ่มเติม : เมื่อต้องการศึกษาเพิ่มเติมเกี่ยวกับแผนการใช้พลังงาน กรุณาดู บริการช่วยเหลือและวิธีใช้ของ Windows : โดยคลิก เริ่ม (Start)  หรือ ® บริการช่วยเหลือและวิธีใช้ (Help and Support)

โหมดการจัดการพลังงาน

โหมดสแตนด์บาย

โหมดสแตนด์บายสามารถช่วยให้ประหยัดพลังงานได้ โดยโหมดนี้จะปิดการทำงานของ จอแสดงผลและฮาร์ดไดรฟ์หลังจากที่ไม่มีการใช้งานเป็นระยะเวลาตามที่กำหนดไว้ (หมดเวลา) เมื่อออกจากโหมดสแตนด์บาย คอมพิวเตอร์จะกลับไปยังสถานะการทำงาน เดียวกันกับช่วงก่อนเข้าสู่โหมดสแตนด์บาย

ประกาศ : ในกรณีที่ไฟดับหรือแบตเตอรี่หมดในระหว่างที่อยู่ในโหมดสแตนด์บาย ข้อมูลในคอมพิวเตอร์อาจสูญหายได้

เมื่อต้องการเข้าสู่โหมดสแตนด์บาย ให้ทำดังนี้

  • คลิก เริ่ม (Start)® ปิดคอมพิวเตอร์ (Turn off computer)® สแตนด์บาย (Stand by)

หรือ

  • คุณอาจใช้วิธีใดวิธีหนึ่งต่อไปนี้ โดยจะขึ้นอยู่กับการตั้งค่าตัวเลือกการจัดการพลังงานของคุณ

    • กดปุ่มเปิด/ปิดเครื่อง

    • พับปิดจอแสดงผลของคอมพิวเตอร์แบบพกพา

    • กด <Fn><Esc>

เมื่อต้องการออกจากโหมดสแตนด์บาย ให้ทำดังนี้ โดยวิธีการที่ใช้จะขึ้นอยู่กับการตั้งค่าตัวเลือกการจัดการพลังงานของคุณ

  • กดปุ่มเปิด/ปิดเครื่อง

หรือ

  • เปิดฝาจอแสดงผลของคอมพิวเตอร์แบบพกพา

โหมดไฮเบอร์เนต

โหมดไฮเบอร์เนตสามารถช่วยให้ประหยัดพลังงานได้ โดยโหมดนี้จะคัดลอกข้อมูลระบบ ลงในพื้นที่จัดเก็บสำรองในฮาร์ดไดรฟ์ จากนั้น จะปิดระบบคอมพิวเตอร์ทั้งหมด เมื่อออกจากโหมดไฮเบอร์เนต คอมพิวเตอร์จะกลับไปยังสถานะการทำงานเดียวกัน กับช่วงก่อนเข้าสู่โหมดไฮเบอร์เนต

ประกาศ : คุณสามารถถอดอุปกรณ์ หรือถอดคอมพิวเตอร์ออกจากชุดฐานได้ ในขณะที่คอมพิวเตอร์อยู่ในโหมดไฮเบอร์เนต

คอมพิวเตอร์ของคุณจะเข้าสู่โหมดไฮเบอร์เนตเมื่อระดับพลังงานในแบตเตอรี่เหลือน้อยมาก

เมื่อคุณต้องการสั่งให้คอมพิวเตอร์เข้าสู่โหมดไฮเบอร์เนตด้วยตนเอง ให้ทำดังนี้

  • คลิก เริ่ม (Start)® ปิดคอมพิวเตอร์ (Turn off computer) จากนั้นกดปุ่ม <Shift> ค้างไว้ แล้วคลิก ไฮเบอร์เนต (Hibernate)

หรือ

  • คุณอาจใช้วิธีใดวิธีหนึ่งต่อไปนี้เพื่อให้คอมพิวเตอร์ของคุณเข้าสู่โหมดไฮเบอร์เนต โดยจะขึ้นอยู่กับการตั้งค่าตัวเลือกการจัดการพลังงานของคุณ

    • กดปุ่มเปิด/ปิดเครื่อง

    • พับปิดจอแสดงผลของคอมพิวเตอร์แบบพกพา

    • กด <Fn><Esc>

หมายเหตุ : การ์ด PC หรือการ์ด Express บางชนิดอาจทำงานได้ไม่ถูกต้องหลังจาก ที่คอมพิวเตอร์ออกจากโหมดไฮเบอร์เนต ให้ถอดการ์ดดังกล่าวออกและเสียบกลับเข้าไปใหม่ หรือให้รีสตาร์ท (รีบู๊ต) คอมพิวเตอร์ของคุณ

เมื่อต้องการออกจากโหมดไฮเบอร์เนต ให้กดปุ่มเปิด/ปิดเครื่อง คอมพิวเตอร์อาจใช้เวลา สักครู่ในการออกจากโหมดไฮเบอร์เนต


อุปกรณ์ป้องกันระบบไฟฟ้า

การรบกวนหรือการผันผวนในกระแสไฟฟ้าที่จ่ายให้กับคอมพิวเตอร์ของคุณอาจเป็น สาเหตุให้คอมพิวเตอร์หยุดทำงาน และในบางครั้งอาจทำให้เกิดความเสียหายอย่างถาวร กับคอมพิวเตอร์ของคุณได้ อุปกรณ์ป้องกันไฟกระชาก เครื่องกรองไฟฟ้า เครื่องจ่ายไฟ สำรองแบบต่อเนื่อง สามารถป้องกันคอมพิวเตอร์ของคุณจากความเสียหายได้

อุปกรณ์ป้องกันไฟกระชาก

เสียบสายไฟของคอมพิวเตอร์เข้ากับอุปกรณ์ป้องกันไฟกระชากหรือรางปลั๊กไฟที่มี ระบบป้องกันไฟกระชากติดตั้งมาด้วย เพื่อช่วยป้องกันคอมพิวเตอร์ของคุณไม่ให้ได้รับ ความเสียหายจากไฟกระชาก ซึ่งอาจเกิดขึ้นในระหว่างพายุฝนฟ้าคะนองหรือหลังจากไฟดับ

ผู้ผลิตอุปกรณ์ป้องกันไฟกระชากบางยี่ห้อให้การรับประกันซึ่งครอบคลุมถึงความเสียหาย บางประเภทไว้ด้วย ดังนั้น คุณจึงควรอ่านเงื่อนไขการรับประกันสินค้าอย่างละเอียด เมื่อเลือกซื้ออุปกรณ์ป้องกันไฟกระชาก อุปกรณ์ที่มีค่าจูลสูงจะยิ่งสามารถป้องกันไฟกระชากได้ดีขึ้น ให้เปรียบเทียบค่าจูล เพื่อดูประสิทธิภาพการทำงานของอุปกรณ์แต่ละรุ่น

ประกาศ : อุปกรณ์ป้องกันไฟกระชากส่วนใหญ่ไม่สามารถป้องกันการผันผวนของ กระแสไฟฟ้าหรือไฟดับเนื่องจากฟ้าผ่าในบริเวณใกล้เคียง หากมีฟ้าผ่าในบริเวณใกล้เคียงกับที่คุณอยู่ ให้ถอดสายโทรศัพท์ออกจากช่องต่อสายโทรศัพท์ที่ผนัง และถอดปลั๊กของคอมพิวเตอร์ออกจากเต้าเสียบ

อุปกรณ์ป้องกันไฟกระชากส่วนใหญ่มักจะมีช่องต่อสายโทรศัพท์สำหรับป้องกันโมเด็ม สำหรับคำแนะนำในการต่ออุปกรณ์ป้องกันไฟกระชากกับโมเด็ม กรุณาดูเอกสารประกอบ การใช้งานของอุปกรณ์ป้องกันไฟกระชาก

ประกาศ : มีอุปกรณ์ป้องกันไฟกระชากเพียงบางรุ่นเท่านั้นที่มีระบบป้องกันการ์ด เครือข่ายด้วย ดังนั้น จึงควรถอดสายเครือข่ายออกจากช่องต่อเครือข่ายที่ผนังใน ระหว่างที่มีพายุฝนฟ้าคะนอง

เครื่องกรองไฟฟ้า

ประกาศ : เครื่องกรองไฟฟ้าไม่ได้ช่วยป้องกันคอมพิวเตอร์ในกรณีที่เกิดไฟดับ

ต่อสายไฟของคอมพิวเตอร์เข้ากับเครื่องกรองไฟฟ้าเพื่อลดการแกว่งของกระแสไฟจากแหล่งจ่ายไฟ และลดการกระชากของกระแสไฟที่จ่ายมายังคอมพิวเตอร์ เครื่องกรองไฟฟ้า มีการทำงานที่แตกต่างจากเครื่องจ่ายไฟสำรองแบบต่อเนื่องทั่วไปคือ เครื่องกรองไฟฟ้า จะชาร์จแบตเตอรี่อย่างต่อเนื่อง และจ่ายไฟจากแบตเตอรี่ให้กับอุปกรณ์อย่างต่อเนื่อง

เครื่องจ่ายไฟสำรองแบบต่อเนื่อง (UPS)

ประกาศ : ในกรณีที่ไฟดับขณะกำลังบันทึกข้อมูลลงในฮาร์ดไดรฟ์ อาจส่งผลให้ข้อมูลสูญหายหรือไฟล์เสียหายได้
หมายเหตุ : เพื่อให้ใช้งานแบตเตอรี่ของ UPS ได้นานที่สุด ให้ต่อเฉพาะคอมพิว-เตอร์ของคุณเข้ากับ UPS และต่ออุปกรณ์อื่นๆ เช่น เครื่องพิมพ์ เข้ากับรางปลั๊กไฟที่มีระบบป้องกันไฟกระชากอีกชุดหนึ่ง

เครื่องจ่ายไฟสำรองแบบต่อเนื่อง (UPS) จะป้องกันคอมพิวเตอร์ของคุณในกรณีที่เกิดกระแสไฟฟ้าผันผวนหรือไฟดับ อุปกรณ์ UPS ประกอบด้วยแบตเตอรี่ซึ่งจะจ่ายไฟชั่วคราวให้กับอุปกรณ์ที่ต่ออยู่เมื่อระบบไฟ AC ใช้งานไม่ได้ แบตเตอรี่จะถูกชาร์จในระหว่างที่ระบบไฟฟ้าเป็นปกติ

กรุณาดูเอกสารจากบริษัทผู้ผลิต UPS สำหรับข้อมูลเกี่ยวกับระยะเวลาของการใช้งานแบตเตอรี่ และเพื่อให้แน่ใจว่าอุปกรณ์ดังกล่าวได้รับการรับรองจาก Underwriters Laboratories (UL)


แบตเตอรี่ของคอมพิวเตอร์แบบพกพา

เพื่อให้แน่ใจว่าคอมพิวเตอร์แบบพกพาสามารถทำงานได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ และเพื่อให้สามารถเก็บการตั้งค่า BIOS ไว้ได้ ให้ใช้งานคอมพิวเตอร์แบบพกพาของคุณโดยใส่แบตเตอรี่ก้อนหลักไว้ในเครื่องตลอดเวลา คอมพิวเตอร์ของคุณมีแบตเตอรี่หนึ่งก้อนซึ่งให้มาเป็นอุปกรณ์มาตรฐานอยู่ในช่องใส่แบตเตอรี่

การเปิดใช้งานคอมพิวเตอร์แบบพกพาเป็นครั้งแรก

สำหรับการเปิดใช้งานคอมพิวเตอร์เป็นครั้งแรกและแบตเตอรี่ยังชาร์จไม่เต็ม ให้ต่อคอมพิวเตอร์เข้ากับเต้าเสียบปลั๊กไฟโดยใช้อะแดปเตอร์ AC เพื่อให้ได้ผลดีที่สุด ให้ใช้อะแดปเตอร์ AC กับคอมพิวเตอร์จนกว่าแบตเตอรี่จะชาร์จเต็ม เมื่อต้องการทราบสถานะการชาร์จแบตเตอรี่ ให้ดูที่ไอคอนมาตรวัดพลังงาน (Power Meter) บนแถบงาน

หมายเหตุ : เพื่อเป็นการประหยัดพลังงานของแบตเตอรี่ ให้เสียบปลั๊กคอมพิวเตอร์ในขณะที่เขียนซีดีหรือดีวีดี

การยืดอายุการใช้งานของแบตเตอรี่

ระยะเวลาของการใช้งานแบตเตอรี่ (ซึ่งหมายถึงเวลาที่แบตเตอรี่สามารถเก็บพลังงานไว้ได้) อาจแตกต่างกันออกไปขึ้นอยู่กับลักษณะการใช้งานคอมพิวเตอร์แบบพกพาของคุณ ลักษณะการใช้งานต่างๆ ต่อไปนี้ จะทำให้ระยะเวลาของการใช้งานแบตเตอรี่สั้นลงอย่างเห็นได้ชัด

  • การใช้ออปติคอลไดรฟ์

  • การใช้อุปกรณ์สื่อสารไร้สายต่างๆ การ์ด PC การ์ด Express การ์ดหน่วยความจำต่างๆ หรืออุปกรณ์ USB

  • การตั้งค่าจอแสดงผลให้สว่างมาก การใช้ตัวรักษาหน้าจอแบบสามมิติ หรือโปร-แกรมที่อื่นๆ ที่ต้องใช้การประมวลผลมาก เช่น แอพพลิเคชั่นกราฟิกสามมิติที่ซับซ้อน

  • การใช้งานคอมพิวเตอร์ในโหมดประสิทธิภาพสูงสุด (กรุณาดู "การดูแลรักษาคอมพิวเตอร์ของคุณ" สำหรับวิธีปรับประสิทธิภาพการทำงานของคอมพิวเตอร์ให้เหมาะสม)

อายุของแบตเตอรี่จะสั้นลงเรื่อยๆ ขึ้นอยู่กับความถี่และลักษณะของการใช้งาน คุณอาจต้องซื้อแบตเตอรี่ก้อนใหม่ ถึงแม้ว่าคอมพิวเตอร์จะยังไม่เสียก็ตาม

สำหรับข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับการยืดอายุใช้งานของแบตเตอรี่สำหรับคอมพิวเตอร์แบบพกพา กรุณาดูที่ Dell ControlPoint Power Manager

การเปลี่ยนแบตเตอรี่

ข้อควรระวัง : การใช้แบตเตอรี่ผิดรุ่นอาจเป็นสาเหตุให้เกิดไฟไหม้หรือระเบิดได้ เมื่อเปลี่ยนแบตเตอรี่ ให้ใช้เฉพาะแบตเตอรี่ที่ตรงรุ่น และสั่งซื้อจาก Dell เท่านั้น ซึ่งแบตเตอรี่ดังกล่าวได้รับการออกแบบมาสำหรับใช้กับคอมพิวเตอร์ของ Dell โดยเฉพาะ ห้ามนำแบตเตอรี่จากคอมพิวเตอร์เครื่องอื่นมาใช้กับคอมพิวเตอร์ของคุณ
ข้อควรระวัง : ห้ามทิ้งแบตเตอรี่ปะปนกับขยะทั่วไป เมื่อแบตเตอรี่ของคุณไม่สามารถชาร์จไฟได้อีกต่อไป ให้ติดต่อหน่วยงานกำจัดขยะหรือหน่วยงานด้านสิ่งแวดล้อมในท้องที่ของคุณเ พื่อขอคำปรึกษาเกี่ยวกับการทิ้งแบตเตอรี่ กรุณาดู "การกำจัดทิ้งแบตเตอรี่" ในข้อมูลเกี่ยวกับความปลอดภัย ซึ่งจัดส่งมากับคอมพิวเตอร์ของคุณ ดูข้อมูลเพิ่มเติมของวิธีปฏิบัติที่ดีที่สุดด้านความปลอด- ภัยได้จากโฮมเพจการปฏิบัติตามกฎข้อบังคับที่ www.dell.com/regulatory_compliance
ข้อควรระวัง : การใช้แบตเตอรี่ผิดวัตถุประสงค์อาจทำให้เกิดไฟไหม้ หรือแผลไหม้จากสารเคมีได้ ห้ามเจาะ เผา หรือถอดรื้อแบตเตอรี่ หรือเก็บแบต-เตอรี่ไว้ในที่ที่มีอุณหภูมิสูงกว่า 65°C (149°F) เก็บรักษาแบตเตอรี่ให้พ้นมือเด็ก จับหรือเคลื่อนย้ายแบตเตอรี่ที่ชำรุดเสียหายหรือรั่วด้วยความระมัดระวังเป็นอ ย่างยิ่ง แบตเตอรี่ที่ชำรุดเสียหายอาจรั่ว และเป็นสาเหตุให้เกิดการบาดเจ็บหรือทำให้อุปกรณ์ได้รับความเสียหายได้
ข้อควรระวัง : ก่อนจะดำเนินการขั้นตอนเหล่านี้ ให้ปิดคอมพิวเตอร์ ถอดอะแดปเตอร์ AC ออกจากเต้าเสียบปลั๊กไฟและคอมพิวเตอร์ ถอดสายโมเด็มออกจากช่องต่อที่ผนังและคอมพิวเตอร์ รวมทั้งถอดสายอุปกรณ์ต่างๆ ออกจากคอมพิวเตอร์ด้วย
ประกาศ : คุณต้องถอดสายอุปกรณ์ภายนอกต่างๆ ทั้งหมดออกจากคอมพิวเตอร์เพื่อป้องกันความเสียหายกับคอนเนคเตอร์และช่องต่อ

แบตเตอรี่สำหรับคอมพิวเตอร์แบบพกพาแต่ละรุ่นจะแตกต่างกันออกไป ถ้าคุณจำเป็นต้องเปลี่ยนแบตเตอรี่ของคอมพิวเตอร์แบบพกพา ให้ทำตามขั้นตอนเบื้องต้นดังนี้

  1. ถ้าคอมพิวเตอร์ต่ออยู่กับชุดฐาน ให้ถอดคอมพิวเตอร์ออกจากชุดฐาน

  2. ตรวจสอบให้แน่ใจว่าปิดคอมพิวเตอร์แล้ว

  3. เลื่อนปุ่มปลดล็อคช่องใส่แบตเตอรี่ที่ด้านล่างของคอมพิวเตอร์ และเลื่อนแบตเตอรี่ออกจากช่อง



  4. ใส่และเลื่อนแบตเตอรี่ก้อนใหม่เข้าไปในช่องใส่จนกระทั่งได้ยินเสียงคลิกเข้าที่

การตรวจสอบพลังงานในแบตเตอรี่

คุณสามารถตรวจสอบพลังงานในแบตเตอรี่ของคอมพิวเตอร์ได้โดยใช้วิธีใดวิธีหนึ่งดังต่อไปนี้

มาตรวัดพลังงานของ Microsoft Windows

มาตรวัดพลังงานจะแสดงพลังงานที่เหลืออยู่ของแบตเตอรี่ เมื่อต้องการตรวจสอบปริมาณพลังงานที่เหลืออยู่ของแบตเตอรี่ ให้ดับเบิลคลิกที่ไอคอนมาตรวัดพลังงานบนแถบงาน

เกจวัดพลังงานของแบตเตอรี่

ระยะเวลาของการใช้งานแบตเตอรี่จะขึ้นอยู่กับจำนวนครั้งที่เคยชาร์จแบตเตอรี่ แบตเตอรี่ที่ผ่านการชาร์จและใช้งานมาเป็นจำนวนหลายร้อยรอบจะสามารถเก็บพลังงานไฟฟ้าได้น้อยลง ซึ่งหมายความว่า ความจุของแบตเตอรี่ลดลง กล่าวคือ แบตเตอรี่อาจแสดงสถานะเป็น "ชาร์จเต็มแล้ว" แต่ปริมาณพลังงานที่ใช้ได้จริงลดลง ซึ่งปริมาณพลังงานนี้คือความจุของแบตเตอรี่

พลังงานไฟฟ้าที่เหลืออยู่ในแบตเตอรี่

เมื่อต้องการตรวจสอบปริมาณพลังงานในแบตเตอรี่ ให้กดและปล่อยปุ่มแสดงสถานะที่เกจวัดการชาร์จแบตเตอรี่ เพื่อให้ไฟแสดงระดับพลังงานติดสว่างขึ้น ไฟแต่ละดวงจะแทนค่าพลังงานประมาณ 20% ของพลังงานทั้งหมดในแบตเตอรี่

ตัวอย่าง : ถ้าแบตเตอรี่มีพลังงานเหลืออยู่ 60 % ไฟจะติดสว่างทั้งหมดสามดวง ถ้าไฟไม่ติดสว่างขึ้นแม้แต่ดวงเดียว แสดงว่าแบตเตอรี่หมดแล้ว

การตรวจสอบความจุของแบตเตอรี่

เมื่อต้องการตรวจสอบความจุของแบตเตอรี่โดยใช้เกจวัดพลังงาน ให้กดปุ่มแสดงสถานะที่เกจวัดพลังงานแบตเตอรี่ค้างไว้อย่างน้อย 3 วินาที

ถ้าไม่มีไฟติดสว่างขึ้นมา แสดงว่าแบตเตอรี่อยู่ในสภาพดี และมีความจุไฟฟ้าเหลืออยู่มากกว่า 80% ของความจุแรกเริ่ม ไฟแต่ละดวงที่ติดสว่างขึ้นจะแสดงถึงความจุไฟฟ้าที่ลดน้อยลงเรื่อยๆ

ถ้าไฟห้าดวงติดสว่างพร้อมกัน แสดงว่าแบตเตอรี่มีความจุไฟฟ้าเหลืออยู่ไม่ถึง 60 เปอร์-เซ็นต์ และคุณควรเปลี่ยนแบตเตอรี่ก้อนใหม่

การทำความเข้าใจกับคำเตือนพลังงานในแบตเตอรี่เหลือน้อย

ประกาศ : เพื่อไม่ให้ข้อมูลสูญหายหรือเสียหาย ให้บันทึกงานของคุณทันทีที่ได้รับ คำเตือนว่าพลังงานในแบตเตอรี่เหลือน้อย จากนั้น ให้เสียบปลั๊กคอมพิวเตอร์ หรือใส่แบตเตอรี่ก้อนที่สองลงในช่องใส่แบตเตอรี่เสริมถ้าคอมพิวเตอร์แบบพกพาของคุณมีช่องดังกล่าวอยู่ด้วย ถ้าแบตเตอรี่หมดโดยที่ไม่มีพลังงานเหลืออยู่เลย คอมพิวเตอร์จะเข้าสู่โหมดไฮเบอร์เนตโดยอัตโนมัติ

คอมพิวเตอร์แบบพกพาของคุณจะแสดงคำเตือนเมื่อคุณใช้พลังงานในแบตเตอรี่ไปแล้วประมาณ 90 เปอร์เซ็นต์ ถ้าคุณกำลังใช้แบตเตอรี่สองก้อนร่วมกัน คำเตือนนี้จะรวม ปริมาณพลังงานที่ได้จากแบตเตอรี่ทั้งสองก้อนแล้ว คอมพิวเตอร์จะเข้าสู่โหมดไฮเบอร์เนต เมื่อระดับพลังงานในแบตเตอรี่เหลือน้อยมาก

ข้อมูลเพิ่มเติม : เมื่อต้องการศึกษาเพิ่มเติมเกี่ยวกับการเปลี่ยนแปลง การตั้งค่าการเตือนสำหรับแบตเตอรี่โดยใช้ตัวเลือกการจัดการพลังงาน ของ Windows กรุณาดู บริการช่วยเหลือและวิธีใช้ของ Windows โดยคลิก เริ่ม (Start)  หรือ ® บริการช่วยเหลือและวิธีใช้ (Help and Support) และดูข้อมูลเพิ่มเติมใน การตั้งค่าตัวเลือกการใช้พลังงาน

คุณสามารถเปลี่ยนแปลงการตั้งค่าการเตือนสำหรับแบตเตอรี่ได้ โดยใช้ตัวเลือก การจัดการพลังงานของ Windows (กรุณาดู การตั้งค่าตัวเลือกการใช้พลังงาน)

การเก็บรักษาพลังงานในแบตเตอรี่

เมื่อต้องการเก็บรักษาพลังงานในแบตเตอรี่ของคอมพิวเตอร์แบบพกพาเอาไว้ ให้ใช้วิธีการใดวิธีการหนึ่งดังต่อไปนี้

  • เสียบปลั๊กคอมพิวเตอร์กับเต้าเสียบปลั๊กไฟเมื่อสามารถทำได้ เนื่องจากอายุใช้งาน ของแบตเตอรี่จะขึ้นอยู่กับจำนวนครั้งของการชาร์จและการใช้งานเป็นหลัก

  • กำหนดการตั้งค่าการจัดการพลังงานโดยใช้ตัวเลือกการใช้พลังงานของ Microsoft Windows เพื่อให้คอมพิวเตอร์ใช้พลังงานได้อย่างมีประสิทธิภาพที่สุด (กรุณาดู การตั้งค่าตัวเลือกการใช้พลังงาน)

  • หากคุณต้องละจากคอมพิวเตอร์เป็นเวลานาน ให้สั่งให้คอมพิวเตอร์เข้าสู่โหมดสลีป

การชาร์จแบตเตอรี่

เมื่อคุณเสียบคอมพิวเตอร์เข้ากับปลั๊กไฟ หรือใส่แบตเตอรี่ในขณะที่คอมพิวเตอร์ เสียบปลั๊กอยู่ คอมพิวเตอร์จะตรวจสอบระดับพลังงานและอุณหภูมิของแบตเตอรี่ และถ้าจำเป็น อะแดปเตอร์ AC จะชาร์จแบตเตอรี่และรักษาระดับพลังงานในแบตเตอรี่เอาไว้

หมายเหตุ : ถ้ามี Dell™ ExpressCharge™ หลังจากที่ปิดคอมพิวเตอร์แล้ว อะแดป-เตอร์ AC จะชาร์จไฟให้กับแบตเตอรี่ โดยในกรณีที่แบตเตอรี่ไม่มีพลังงาน เหลืออยู่เลย จะใช้เวลาประมาณ 1 ชั่วโมงในการชาร์จแบตเตอรี่จนกระทั่งมีพลังงาน 80 เปอร์-เซ็นต์ และใช้เวลารวมทั้งหมดประมาณ 2 ชั่วโมงเพื่อชาร์จแบตเตอรี่จนเต็ม 100 เปอร์-เซ็นต์ ถ้าคอมพิวเตอร์เปิดอยู่ จะใช้เวลาในการชาร์จนานกว่านั้น คุณสามารถใส่แบต-เตอรี่ทิ้งไว้ในคอมพิวเตอร์ได้นานเท่าที่ต้องการ เนื่องจากวงจร ภายในของแบตเตอรี่จะป้องกันไม่ให้มีการชาร์จไฟมากเกินไป

ถ้าแบตเตอรี่มีความร้อนสูงเนื่องจากการใช้งานหรือเนื่องจากอยู่ในสภาพแวดล้อมที่มี อุณหภูมิสูง ระบบอาจจะไม่ชาร์จแบตเตอรี่เมื่อเสียบปลั๊กคอมพิวเตอร์

ในกรณีที่ไฟ กะพริบเป็นสีเขียวและสีส้มสลับกัน (สีของไฟอาจแตกต่างกันออกไปขึ้นอยู่กับรุ่นของแบตเตอรี่) แสดงว่าแบตเตอรี่ร้อนเกิน กว่าที่จะทำการชาร์จได้ ให้ถอดปลั๊กคอมพิวเตอร์ออกจากเต้าเสียบ และปล่อยให้คอมพิวเตอร์ และแบตเตอรี่เย็นลงจนถึงประมาณอุณหภูมิห้อง แล้วจึงเสียบปลั๊กคอมพิวเตอร์อีกครั้ง เพื่อทำการชาร์จแบตเตอรี่ต่อไป

หมายเหตุ : คุณสามารถใช้งานคอมพิวเตอร์ได้ในระหว่างที่ชาร์จแบตเตอรี่ อย่างไรก็ตาม ห้ามใช้งานคอมพิวเตอร์ของคุณโดยใช้พลังงานจากแบตเตอรี่ เพียงอย่างเดียว จนกว่าแบตเตอรี่จะชาร์จเต็มแล้ว

การเก็บแบตเตอรี่

ถอดแบตเตอรี่ออกเมื่อคุณเก็บคอมพิวเตอร์ไว้โดยไม่ได้ใช้เป็นเวลานาน แบตเตอรี่จะคายประจุหากมีการเก็บไว้เป็นเวลานาน หลังจากถอดแบตเตอรี่เก็บไว้เป็นเวลานาน ให้ชาร์จแบตเตอรี่ให้เต็มก่อนนำมาใช้งาน

ข้อห้ามเกี่ยวกับแบตเตอรี่ของกรมขนส่งสหรัฐ (US Department of Transportation DOT )

ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2008 กรมการขนส่งแห่งสหรัฐอเมริกา หรือ US DOT ห้ามมิให้นำแบตเตอรี่ลิเธียมสำรองขนไปกับสัมภาระที่จะต้องบรรทุกไว้ใต้ท้องเครื่องบิน ทั้งนี้ อาจนำแบตเตอรี่คอมพิวเตอร์พกพาของ Dell ไปกับสัมภาระที่จะบรรทุกไว้ใต้ท้องเครื่องบินได้ต่อเมื่อแบตเตอรี่นั้นติดตั้งอยู่ในคอมพิวเตอร์พกพาของ Dell โดยปิดสวิตช์ เครื่องคอม-พิวเตอร์ไว้

คำแนะนำ : คุณสามารถใช้ฟังก์ชั่นปิดการชาร์จแบตเตอรี่ใน Dell ControlPoint เพื่อไม่ให้มีการชาร์จแบตเตอรี่ได้ ซึ่งจะเป็นประโยชน์ เช่น เมื่ออยู่บนเครื่องบิน ซึ่งไม่อนุญาตให้ทำการชาร์จแบตเตอรี่ได้

Dell ™ ControlPoint Power Manager

คุณสามารถเข้าสู่ Dell ControlPoint Power Manager สำหรับคอมพิวเตอร์พกพาของคุณ ได้จากโปรแกรม Dell ControlPoint (DCP) ไอคอน Dell ControlPoint จะอยู่ที่แถบงาน คลิกไอคอนเพื่อเรียกดูวิธีใช้ Dell ControlPoint และคุณสมบัติรวมถึงตัวเลือกเพิ่มเติม

คุณสามารถช่วยให้แบตเตอรี่ใช้งานได้ยาวนานขึ้นสำหรับคอมพิวเตอร์พกพาของคุณโดย ใช้ตัวเลือกที่มีอยู่ภายใต้โหมดใช้งานแบตเตอรี่ได้ทั้งวันหรือโหมดยืดอายุใช้งานแบตเตอรี่

ข้อมูลเพิ่มเติม : เมื่อต้องการศึกษาเพิ่มเติมเกี่ยวกับการใช้งานโปรแกรม Dell ControlPoint กรุณาดูที่ วิธีใช้ ซึ่งอยู่ในหน้าจอหลักของ ControlPoint


กลับไปยังหน้าเอกสารหลัก

 

Laptops | Desktops | Business Laptops | Business Desktops | Workstations | Servers | Storage | Services | Monitors | Printers | LCD TVs | Electronics
© 2012 Dell | About Dell | Terms & Conditions | Unresolved Issues | Privacy Statement | Ads and Emails | Dell Recycling | Contact | Site Map | Visit ID | Feedback

*Offers subject to change. Taxes, shipping, handling and other fees apply. U.S. Dell Small Business new purchases only. LIMIT 5 DISCOUNTED OR PROMOTIONAL ITEMS PER CUSTOMER. LIMIT 5 VOSTRO OR INSPIRON UNITS PER CUSTOMER. Dell reserves right to cancel orders arising from pricing or other errors.

snWEB4