Manuals

Manuals
ไดรฟ์และสื่อ: Dell เทคโนโลยี คู่มือการใช้

กลับไปยังหน้าเอกสารหลัก

ไดรฟ์และสื่อ

Dell™ เทคโนโลยี คู่มือการใช้

  การเพิ่มพื้นที่ว่างให้กับฮาร์ดไดรฟ์

  โซลิดสเตทไดรฟ์ (Solid-State Drive หรือ SSD)

  การติดตั้งไดรเวอร์สำหรับไดรฟ์สื่อ

  ปัญหาเกี่ยวกับไดรฟ์

  การทำงานกับ RAID



การเพิ่มพื้นที่ว่างให้กับฮาร์ดไดรฟ์

Microsoft® Windows Vista® จะสำรองพื้นที่บนฮาร์ดไดรฟ์ไว้ประมาณ 1 กิกะไบต์เพื่อใช้สำหรับการทำงานของระบบปฏิบัติการเอง และใช้พื้นที่ที่เหลืออยู่สำหรับการทำงานอื่นๆ

เมื่อต้องการกำหนดขนาดพื้นที่ของฮาร์ดไดรฟ์สำหรับการทำงานทั่วไป ให้คลิก เริ่ม (Start) ® คอมพิวเตอร์ (Computer) รายชื่อไดรฟ์และอุปกรณ์เก็บข้อมูลจะปรากฏขึ้น และระบบจะแสดงขนาดพื้นที่ในไดรฟ์ C (ฮาร์ดไดรฟ์) ที่ยังว่างอยู่

หน่วยเก็บข้อมูลสำรองฉุกเฉิน (Shadow Storage)

หน่วยเก็บข้อมูลสำรองฉุกเฉินคือพื้นที่ในฮาร์ดไดรฟ์ซึ่งสำรองไว้สำหรับการคืนค่าระบบ (System Restore) (กรุณาดู "การใช้การคืนค่าระบบของ Microsoft® Windows®" การใช้การคืนค่าระบบของ Microsoft® Windows®)

เมื่อต้องการกำหนดขนาดพื้นที่ว่างฮาร์ดไดรฟ์สำหรับหน่วยเก็บข้อมูลสำรองฉุกเฉิน (Shadow Storage) ให้ทำดังต่อไปนี้

  1. คลิก เริ่ม (Start) ® โปรแกรมทั้งหมด (All Programs)® เบ็ดเตล็ด (Accessories)

  2. คลิกขวาที่ พร้อมท์คำสั่ง (Command Prompt)

  3. คลิก เรียกใช้ในฐานะผู้ดูแลระบบ (Run as administrator)

  4. ถ้าหน้าต่างเพื่อยืนยันสิทธิ์ในการดำเนินการปรากฏขึ้น ให้คลิก ดำเนินการต่อ (Continue)

  5. พิมพ์ข้อความต่อไปนี้

vssadmin list shadowstorage

  1. กดปุ่ม <Enter>

พร้อมท์คำสั่ง (Command Prompt) จะแสดงขนาดพื้นที่ของหน่วยเก็บข้อมูลสำรองฉุกเฉิน (Shadow Storage)

การลดขนาดพื้นที่ฮาร์ดไดรฟ์ที่ใช้โดยหน่วยเก็บข้อมูลสำรองฉุกเฉิน (Shadow Storage)

  1. คลิก เริ่ม (Start) ® โปรแกรมทั้งหมด (All Programs)® เบ็ดเตล็ด (Accessories)

  2. คลิกขวาที่ พร้อมท์คำสั่ง (Command Prompt)

  3. คลิก เรียกใช้ในฐานะผู้ดูแลระบบ (Run as administrator)

  4. ถ้าหน้าต่างเพื่อยืนยันสิทธิ์ในการดำเนินการปรากฏขึ้น ให้คลิก ดำเนินการต่อ (Continue)

  5. พิมพ์ข้อความต่อไปนี้

vssadmin resize shadowstorage /On=C: /Maxsize=[ขนาดพื้นที่สูงสุดที่อนุญาตให้หน่วยเก็บข้อมูลสำรองฉุกเฉิน (Shadow Storage) ใช้ได้]

  1. กดปุ่ม <Enter>

  2. คลิก เริ่ม (Start) ® คอมพิวเตอร์ (Computer)® ดิสก์ภายในเครื่อง (C:) (Local Disk (C:)) เพื่อยืนยันว่ามีการจัดสรรพื้นที่ในไดรฟ์ให้กับหน่วยเก็บข้อมูลสำรองฉุกเฉิน (Shadow Storage) น้อยลงแล้ว

หมายเหตุ : กรุณาดูบริการช่วยเหลือและวิธีใช้ของ Windows สำหรับข้อมูลเกี่ยวกับขนาดที่เหมาะสมและขนาดขั้นต่ำของพื้นที่หน่วยเก็บข้อมูลสำรองนี้

โซลิดสเตทไดรฟ์ (Solid-State Drive หรือ SSD)

โซลิดสเตทไดรฟ์ (SSD) คืออุปกรณ์เก็บข้อมูลที่ใช้หน่วยความจำแบบโซลิดสเตท (solid-state memory) ในการเก็บข้อมูลแบบถาวร โซลิดสเตทเป็นศัพท์ทางวงจรไฟฟ้า ซึ่งหมายถึงวงจรอิเล็กทรอนิกส์ที่ผลิตขึ้นจากสารกึ่งตัวนำทั้งหมด ในขณะที่ฮาร์ดไดรฟ์นั้นบันทึกข้อมูลลงในจานแม่เหล็ก

SSD มีลักษณะการใช้งานที่แตกต่างจากหน่วยความจำแบบแฟลช นั่นคือ SSD มีลักษณะการทำงานเช่นเดียวกับฮาร์ดไดรฟ์ ดังนั้น จึงสามารถนำมาใช้แทนฮาร์ดไดรฟ์ได้ในการใช้งานส่วนใหญ่ SSD ที่ใช้ SRAM (Static Random Access Memory) หรือ DRAM (Dynamic Random Access Memory) แทนหน่วยความจำแฟลช มักจะถูกเรียกว่าแรมไดรฟ์ (RAM drive)


การติดตั้งไดรเวอร์สำหรับไดรฟ์สื่อ

ไดรเวอร์คือโปรแกรมที่ทำหน้าที่ควบคุมไดรฟ์สื่อของคุณ คุณอาจจำเป็นต้องติดตั้งไดรเวอร์ ในกรณีต่อไปนี้

  • มีการอัพเกรดระบบปฏิบัติการของคุณ

  • มีการติดตั้งระบบปฏิบัติการใหม่

  • มีการต่อหรือติดตั้งอุปกรณ์ใหม่

คำแนะนำ : คุณต้องเข้าสู่ระบบโดยที่มีสิทธิ์ของผู้ดูแลระบบเพื่อดำเนินการขั้นตอนในส่วนนี้

การตรวจสอบว่าไดรเวอร์ของอุปกรณ์เป็นสาเหตุของปัญหาเกี่ยวกับอุปกรณ์หรือไม่

  1. คลิก เริ่ม (Start) และคลิกขวาที่ คอมพิวเตอร์ (Computer)

  2. คลิกที่ คุณสมบัติ (Properties)® ตัวจัดการอุปกรณ์ (Device Manager)

  3. ถ้าหน้าต่างเพื่อยืนยันสิทธิ์ในการดำเนินการปรากฏขึ้น ให้คลิก ดำเนินการต่อ (Continue)

  4. เลื่อนรายการลงเพื่อดูว่าอุปกรณ์ใดมีเครื่องหมายอัศเจรีย์ (วงกลมสีเหลืองที่มีเครื่องหมาย [!]) อยู่บนไอคอนอุปกรณ์

ถ้ามีเครื่องหมายอัศเจรีย์อยู่ข้างชื่ออุปกรณ์ คุณอาจต้องติดตั้งไดรเวอร์ตัวเดิมใหม่อีกครั้งหรือทำการอัพเดทไดรเวอร์

การแทนที่ไดรเวอร์ด้วยไดรเวอร์รุ่นก่อนหน้า

ถ้ามีปัญหาเกิดขึ้นกับคอมพิวเตอร์ของคุณหลังจากติดตั้งหรืออัพเดทไดรเวอร์ ให้ใช้การคืนค่ากลับไปยังไดรเวอร์รุ่นก่อนหน้าของ Windows (Windows Device Driver Rollback)

  1. คลิก เริ่ม (Start) และคลิกขวาที่ คอมพิวเตอร์ (Computer)

  2. คลิกที่ คุณสมบัติ (Properties)® ตัวจัดการอุปกรณ์ (Device Manager)

  3. คลิกขวาที่อุปกรณ์ที่เพิ่งติดตั้งไดรเวอร์ตัวใหม่ และคลิกที่ คุณสมบัติ (Properties)

  4. คลิกที่แท็บ ไดรเวอร์ (Drivers)® คืนค่าไดรเวอร์รุ่นก่อนหน้า Roll Back Driver

ถ้าการคืนค่ากลับไปยังไดรเวอร์รุ่นก่อนหน้า (Device Driver Rollback) ไม่สามารถแก้ปัญหาได้ ให้ใช้การคืนค่าระบบ (System Restore) (กรุณาดู "การใช้การคืนค่าระบบของ Microsoft® Windows®"การใช้การคืนค่าระบบของ Microsoft® Windows®) เพื่อคืนค่าคอมพิวเตอร์ของคุณกลับไปยังสถานะเดิมก่อนที่คุณจะติดตั้งไดรเวอร์ตัวใหม่

การใช้สื่อไดรเวอร์และยูทิลิตีเพื่อติดตั้งไดรเวอร์รุ่นเดิมอีกครั้ง

  1. เมื่อเดสก์ท็อปของ Windows ปรากฏขึ้นบนหน้าจอ ให้ใส่สื่อไดรเวอร์และยูทิลิตี

ถ้าคุณใช้งานสื่อไดรเวอร์และยูทิลิตีเป็นครั้งแรก ให้ไปที่ขั้นตอนที่ 2 ถ้าไม่ใช่ ให้ไปที่ขั้นตอนที่ 5

  1. เมื่อเปิดโปรแกรมติดตั้งสื่อไดรเวอร์และยูทิลิตีขึ้นมาแล้ว ให้ทำตามพร้อมท์บนหน้าจอ

  2. เมื่อหน้าต่าง InstallShield Wizard Complete ปรากฏขึ้น ให้เอาสื่อไดรเวอร์และยูทิลิตีออก และคลิก Finish (เสร็จสิ้น) เพื่อรีสตาร์ทคอมพิวเตอร์

  3. เมื่อเดสก์ท็อปของ Windows ปรากฏขึ้นบนหน้าจอ ให้ใส่สื่อไดรเวอร์และยูทิลิตีเข้าไปอีกครั้ง

  4. ที่หน้าจอ Welcome Dell System Owner ให้คลิก Next (ถัดไป)

ข้อความจะปรากฏขึ้น และแจ้งว่าสื่อไดรเวอร์และยูทิลิตีตรวจพบฮาร์ดแวร์ในคอมพิวเตอร์ของคุณ

ไดรเวอร์ที่คอมพิวเตอร์ของคุณใช้จะแสดงขึ้นโดยอัตโนมัติใน My Drivers ซึ่งหมายความว่า สื่อไดรเวอร์และยูทิลิตีได้ทำการระบุคอมโพเนนต์เหล่านี้ในหน้าต่างระบบของคุณแล้ว

คำแนะนำ : ไดรเวอร์ของอุปกรณ์ที่ติดตั้งเพิ่มเติมอาจไม่มีอยู่ในสื่อไดรเวอร์และยูทิลิตี กรุณาดูข้อมูลเกี่ยวกับไดรเวอร์ของอุปกรณ์นั้นๆ ได้จากเอกสารประกอบการใช้งานที่ให้มาพร้อมกับอุปกรณ์

  1. คลิกไดรเวอร์ที่คุณต้องการติดตั้งใหม่อีกครั้ง และปฏิบัติตามคำแนะนำบนหน้าจอ

การติดตั้งไดรเวอร์อีกครั้งด้วยตนเอง

  1. ดาวน์โหลดไดรเวอร์สำหรับอุปกรณ์ลงในฮาร์ดไดรฟ์

  2. คลิก เริ่ม (Start) และคลิกขวาที่ คอมพิวเตอร์ (Computer)

  3. คลิกที่ คุณสมบัติ (Properties)® ตัวจัดการอุปกรณ์ (Device Manager)

  4. ดับเบิลคลิกประเภทของอุปกรณ์ที่คุณกำลังจะติดตั้งไดรเวอร์ (ตัวอย่างเช่น เสียง หรือ วิดีโอ)

  5. ดับเบิลคลิกชื่อของอุปกรณ์ที่คุณกำลังจะติดตั้งไดรเวอร์

  6. คลิกที่แท็บ ไดรเวอร์ (Driver)® ปรับปรุงไดรเวอร์ (Update Driver)® ค้นหาซอฟต์แวร์ไดรเวอร์ในคอมพิวเตอร์ของฉัน (Browse my computer for driver software)

  7. คลิก เรียกดู (Browse) และเลือกตำแหน่งที่ตั้งที่คุณคัดลอกไฟล์ไดรเวอร์ไปวางไว้ก่อนหน้านี้

  8. เมื่อชื่อของไดรเวอร์ที่ต้องการแสดงขึ้นมา ให้คลิกที่ชื่อไดรเวอร์® ตกลง (OK)® ถัดไป (Next)

  9. คลิก เสร็จสิ้น (Finish) และรีสตาร์ทคอมพิวเตอร์ของคุณ

คำแนะนำ : เว็บไซต์ Dell Support ที่ support.dell.com และสื่อไดรเวอร์และยูทิลิตของคุณจะมีไดรเวอร์ที่ได้รับการรับรองแล้วสำหรับคอมพิวเตอร์ของ Dell อยู่ด้วย ถ้าคุณติดตั้งไดรเวอร์ที่ได้รับมาจากแหล่งอื่นๆ คอมพิว-เตอร์ของคุณอาจทำงานได้ไม่ถูกต้อง


ปัญหาเกี่ยวกับไดรฟ์

ข้อควรระวัง: ก่อนที่จะเริ่มทำขั้นตอนใดๆ ในส่วนนี้ ให้ปฏิบัติตามคำแนะนำด้านความปลอดภัยที่มาพร้อมกับคอมพิวเตอร์ของคุ ณ

ตรวจสอบให้แน่ใจว่า Microsoft Windows ตรวจพบไดรฟ์ — คลิก เริ่ม (Start)® คอม-พิวเตอร์ของฉัน (My Computer) ถ้าไม่มีไดรฟ์แสดงอยู่ในรายการ กรุณาติดต่อ Dell (กรุณาดู การติดต่อกับ Dell)

ทดสอบไดรฟ์ —

  • ใส่แผ่นซีดี ดีวีดี หรือแผ่น Blu-ray® (BD) อื่นๆ เพื่อทดสอบยืนยันว่าสื่อที่ใช้ในตอนแรกไม่ได้เสียหาย

  • ใส่แผ่นดิสก์ที่สามารถบู๊ตได้ และรีสตาร์ทคอมพิวเตอร์

ล้างข้อมูลในไดรฟ์หรือดิสก์ — กรุณาดูเอกสารประกอบการใช้งานที่มาพร้อมกับคอมพิวเตอร์ของคุณ

สำหรับไดรฟ์แบบถาดพร้อมแกนใส่แผ่นดิสก์ ให้ตรวจสอบว่าได้กดแผ่นเข้ากับแกนจนสนิทดีแล้ว

สำหรับไดรฟ์แบบช่องใส่แผ่นดิสก์ ให้ตรวจสอบว่าแผ่นดิสก์ได้ถูกดูดเข้าไปในช่องทั้งแผ่น

ตรวจเช็คการต่อสาย

เรียกใช้ตัวแก้ไขปัญหาฮาร์ดแวร์ (Hardware Troubleshooter) — กรุณาดู ตัวแก้ไขปัญหาฮาร์ดแวร์ของ Windows (Hardware Troubleshooter)

เรียกใช้โปรแกรม Dell Diagnostics กรุณาดู การเรียกใช้ Dell Diagnostics

ปัญหาเกี่ยวกับออปติคอลไดรฟ์

หมายเหตุ : การสั่นสะเทือนในออปติคอลไดรฟ์แบบความเร็วสูงถือเป็นเรื่องปกติ และอาจทำให้มีเสียงดัง ซึ่งไม่ได้หมายความว่าไดรฟ์หรือแผ่นเสียแต่อย่างใด
หมายเหตุ : เนื่องจากแผ่นดีวีดีแต่ละแผ่นมีรูปแบบและการแบ่งโซนที่แตกต่างกันออกไป ดังนั้น ไดรฟ์ดีวีดีจึงไม่สามารถเล่นแผ่นดีวีดีได้ทุกแผ่น

ปัญหาเกี่ยวกับการเขียนข้อมูลลงในไดรฟ์สื่อ

ปิดโปรแกรมอื่นๆ

เลือกความเร็วในการเขียนที่ต่ำลง — กรุณาดูไฟล์วิธีใช้ของซอฟต์แวร์การสร้างซีดี ดีวีดี หรือ BD

ถาดใส่ไดรฟ์ไม่สามารถเลื่อนออกมาได้ (สำหรับไดรฟ์ที่ไม่ใช่แบบช่องใส่แผ่นดิสก์ )

  1. ตรวจสอบให้แน่ใจว่าปิดระบบคอมพิวเตอร์แล้ว

  2. กางลวดคลิปหนีบกระดาษออก แล้วใช้ปลายด้านใดด้านหนึ่งสอดเข้าไปในรูสำหรับเปิดถาดที่ด้านหน้าของไดรฟ์ จากนั้นกดเข้าไปจนกระทั่งถาดเริ่มเลื่อนออกมา

  3. ค่อยๆ ดึงถาดออกมาจนสุด

ไดรฟ์มีเสียงเหมือนกับมีการขูดขีด

  • ตรวจสอบให้แน่ใจว่าเสียงนี้ไม่ได้มาจากโปรแกรมที่กำลังใช้งาน

  • ตรวจสอบให้แน่ใจว่าใส่แผ่นดิสก์อย่างถูกต้อง

ปัญหาเกี่ยวกับฮาร์ดไดรฟ์

รอให้คอมพิวเตอร์เย็นลงก่อน แล้วจึงเปิดสวิตช์เครื่อง — ฮาร์ดไดรฟ์ที่ยังร้อนอยู่อาจทำให้ระบบปฏิบัติการไม่สามารถเริ่มทำงานได้ ให้ลองปล่อยคอมพิวเตอร์ทิ้งไว้ให้เย็นลงจนถึงระดับอุณหภูมิห้องก่อนจะเปิดคอมพิวเตอร์

เรียกใช้การตรวจสอบดิสก์ (Check Disk) —  

Windows Vista®

  1. คลิก เริ่ม (Start) ® คอมพิวเตอร์ (Computer)

สำหรับ Windows® XP ให้ปฏิบัติดังนี้

คลิก เริ่ม (Start) ® คอมพิวเตอร์ของฉัน (My Computer)

  1. คลิกขวาที่ ดิสก์ภายในเครื่อง (C:) (Local Disk (C:))

  2. คลิก คุณสมบัติ (Properties)® เครื่องมือ (Tools)® ตรวจสอบเดี๋ยวนี้ (Check Now)

หมายเหตุ : หน้าต่าง การควบคุมบัญชีผู้ใช้ (User Account Control) จะปรากฏขึ้น ถ้าคุณเป็นผู้ดูแลระบบของคอมพิวเตอร์ ให้คลิก ดำเนินการต่อ (continue) หรือมิฉะนั้น ให้ติดต่อผู้ดูแลระบบของคุณเพื่อดำเนินการตามที่ต้องการต่อไป
  1. คลิกเลือก สแกนและพยายามกู้คืนเซกเตอร์ที่เสียหาย (Scan for and attempt recovery of bad sectors) แล้วคลิก เริ่ม (Start)


การทำงานกับ RAID

Redundant Array of Independent Disks (RAID) คือรูปแบบการเก็บข้อมูลในดิสก์ซึ่งช่วยให้ดิสก์มีประสิทธิภาพสูงขึ้น หรือมีการเก็บข้อมูลซ้ำเพื่อให้ระดับความสมบูรณ์ของข้อมูลสูงขึ้น เนื้อหาในส่วนนี้จะอธิบายถึงระดับพื้นฐานของ RAID 4 ระดับด้วยกัน

หมายเหตุ : การจัดเก็บข้อมูลแบบ RAID จำเป็นต้องมีฮาร์ดไดรฟ์หลายตัว จำนวนของฮาร์ดไดรฟ์ที่ต้องการนั้นขึ้นอยู่กับรูปแบบของ RAID
  • RAID ระดับ 0 คือรูปแบบที่แนะนำเมื่อต้องการประสิทธิภาพการทำงานที่สูงขึ้น (มีอัตราการถ่ายโอนข้อมูลที่รวดเร็วมากขึ้น)

  • RAID ระดับ 1 คือรูปแบบที่แนะนำสำหรับผู้ใช้ที่ต้องการความสมบูรณ์ของข้อมูลสูง

  • RAID ระดับ 0+1 คือรูปแบบที่แนะนำเมื่อต้องการทั้งประสิทธิภาพการทำงานและความสมบูรณ์ของข้อมูลที่สูงขึ้น

  • RAID ระดับ 5 คือรูปแบบที่แนะนำเมื่อต้องการประสิทธิภาพการทำงานและการป้องกันความผิดปกติที่สูงขึ้น

ข้อมูลเพิ่มเติม : คอมพิวเตอร์ของคุณอาจสามารถใช้ RAID ระดับอื่นๆ (5, 10, 50) ได้ด้วยเช่นกัน สำหรับข้อมูลเกี่ยวกับ RAID ระดับต่างๆ เหล่านี้ กรุณาดูที่ support.dell.com

RAID ระดับ 0

ประกาศ : RAID ระดับ 0 จะไม่มีการเก็บข้อมูลซ้ำ ดังนั้น ถ้าไดรฟ์ใดไดรฟ์หนึ่งล้มเหลว จะส่งผลให้ข้อมูลทั้งหมดสูญหาย เพื่อเป็นการป้องกันข้อมูลของคุณไม่ให้สูญหาย ให้ทำการสำรองข้อมูลเป็นประจำ

RAID ระดับ 0 จะใช้ การแยกเก็บ ข้อมูล (data striping) เพื่อให้สามารถเข้าถึงข้อมูลได้เร็วขึ้น การแยกเก็บข้อมูลคือ การเขียนเซกเมนต์ (หรือแถบ) ข้อมูลที่อยู่ติดกันโดยกระจายลงในไดรฟ์ต่างๆ ซึ่งไดรฟ์หลายๆ ตัวนี้จะทำงานเสมือนเป็นไดรฟ์ขนาดใหญ่เพียงไดรฟ์เดียว การแยกเก็บข้อมูลทำให้สามารถอ่านข้อมูลจากไดรฟ์ตัวหนึ่งได้ ในขณะที่ไดรฟ์อีกตัวหนึ่งทำการค้นหาและอ่านบล็อกข้อมูลถัดไป

ขนาดพื้นที่จัดเก็บข้อมูลเมื่อใช้ RAID 0 จะเท่ากับขนาดความจุของไดรฟ์ทั้งสองไดรฟ์รวมกัน ตัวอย่างเช่น เมื่อใช้ไดรฟ์ขนาด 120 กิกะไบต์สองตัวร่วมกันจะเท่ากับมีพื้นที่ว่างสำหรับเก็บข้อมูลในฮาร์ดไดรฟ์ทั้งหมด 240 กิกะไบต์

หมายเหตุ : สำหรับ RAID 0 ขนาดพื้นที่จัดเก็บข้อมูลทั้งหมดจะเท่ากับขนาดพื้นที่ของไดรฟ์ที่เล็กที่สุดคูณด้วยจำนวนไดรฟ์ที่ใช้ทั้งหมดในรูปแบบ

RAID ระดับ 1

RAID ระดับ 1 ใช้การทำมิเรอร์ข้อมูล (data mirroring) เพื่อเพิ่มระดับความสมบูรณ์ของข้อมูลให้สูงขึ้น เมื่อมีการเขียนข้อมูลลงในไดรฟ์หลัก ข้อมูลนั้นจะถูกคัดลอก (หรือทำมิเรอร์) ลงในไดรฟ์ตัวที่สองในรูปแบบนี้ด้วย RAID 1 มีอัตราการเข้าถึงข้อมูลที่ต่ำลง โดยแลกกับประโยชน์จากการเก็บข้อมูลซ้ำ

ถ้าไดรฟ์ตัวใดตัวหนึ่งล้มเหลว การอ่านและเขียนข้อมูลจะย้ายไปยังไดรฟ์ที่ยังใช้งานได้อยู่ ซึ่งการสร้างข้อมูลลงในไดรฟ์ที่นำมาแทนไดรฟ์ตัวที่เสียสามารถทำได้โดยการใช้ข้อมูลจากไดรฟ์ที่ยังใช้งานได้อยู่

หมายเหตุ : สำหรับ RAID 1 ขนาดพื้นที่จัดเก็บข้อมูลทั้งหมดจะเท่ากับขนาดของไดรฟ์ที่เล็กที่สุดในรูปแบบ

RAID ระดับ 0+1

อาร์เรย์แบบ RAID 0+1 รวมเอาความสามารถในการเข้าถึงข้อมูลได้อย่างรวดเร็วของอาร์เรย์แบบ RAID 0 เข้ากับความสามารถในการป้องกันข้อมูล (การเก็บข้อมูลซ้ำ) โดยการทำมิเรอร์ของ RAID 1 เข้าไว้ด้วยกันโดยการแยกเก็บข้อมูลลงในไดรฟ์สองตัว และทำมิเรอร์ข้อมูลที่แยกเก็บนั้นไว้บนไดรฟ์อีกคู่หนึ่ง

ถ้าไดรฟ์ตัวใดตัวหนึ่งล้มเหลว การอ่านและเขียนข้อมูลจะย้ายไปยังไดรฟ์อีกคู่หนึ่งที่ยังใช้งานได้อยู่ ซึ่งการสร้างข้อมูลลงในไดรฟ์ที่นำมาแทนไดรฟ์ตัวที่เสียสามารถทำได้โดยการใช้ข้อมูลจากไดรฟ์อื่นๆ ที่ยังใช้งานได้อยู่ และเนื่องจากมีการคัดลอกข้อมูลลงในทั้งไดรฟ์หลักและไดรฟ์เสริม จึงทำให้ RAID 1 ที่ใช้ไดรฟ์ขนาด 120 กิกะไบต์สี่ตัวรวมกันมีพื้นที่จัดเก็บข้อมูลทั้งหมด 240 กิกะไบต์

RAID ระดับ 5

RAID ระดับ 5 ใช้พาริตีข้อมูล (data parity) RAID ระดับ 5 จะแยกเก็บทั้งข้อมูลจริงและข้อมูลพาริตีไว้ในไดรฟ์ตั้งแต่สามไดรฟ์ขึ้นไป ซึ่งจะมีการแยกเก็บข้อมูลจริงที่ระดับไบต์รวมถึงมีข้อมูลสำหรับแก้ไขความผิดพลาดของการแยกเก็บด้วย (อาร์เรย์พาริตีแบบวน) วิธีการนี้ให้ทั้งประสิทธิภาพการทำงานที่ดีเยี่ยม และป้องกันความผิดพลาดได้เป็นอย่างดี

ถ้าไดรฟ์ตัวใดตัวหนึ่งล้มเหลว การอ่านและเขียนข้อมูลจะย้ายไปยังไดรฟ์อีกคู่หนึ่งที่ยังใช้งานได้อยู่ ซึ่งการสร้างข้อมูลลงในไดรฟ์ที่นำมาแทนไดรฟ์ตัวที่เสียสามารถทำได้โดยการใช้ข้อมูลจากไดรฟ์อื่นๆ ที่ยังใช้งานได้อยู่ และเนื่องจากมีการคัดลอกข้อมูลลงในทั้งไดรฟ์หลักและไดรฟ์เสริม จึงทำให้ RAID 1 ที่ใช้ไดรฟ์ขนาด 120 กิกะไบต์สี่ตัวรวมกันมีพื้นที่จัดเก็บข้อมูลทั้งหมด 360 กิกะไบต์

การตั้งค่าคอมพิวเตอร์ของคุณให้เป็นโหมดเปิดใช้งาน RAID

ก่อนจะสร้างรูปแบบ RAID คุณต้องตั้งค่าคอมพิวเตอร์ของคุณให้เป็นโหมดเปิดใช้งาน RAID

  1. เข้าสู่โปรแกรมการตั้งค่าระบบ (กรุณาดู การเข้าสู่โปรแกรมการตั้งค่าระบบ)

  2. กดปุ่มลูกศรขึ้นและลงเพื่อเลื่อนแถบไฮไลต์ไปที่ Drives (ไดรฟ์) แล้วกด <Enter>

  3. กดปุ่มลูกศรขึ้นและลงเพื่อเลื่อนแถบไฮไลต์ไปที่ฮาร์ดไดรฟ์ที่ต้องการ แล้วกด <Enter>

  4. กดปุ่มลูกศรซ้ายและขวาเพื่อเลื่อนแถบไฮไลต์ไปที่ RAID On (เปิดโหมด RAID) แล้วกด <Enter>

  5. ทำขั้นตอนดังกล่าวซ้ำสำหรับฮาร์ดไดรฟ์แต่ละตัว

หมายเหตุ : ฮาร์ดไดรฟ์ที่จะกำหนดให้ใช้ RAID ควรมีขนาดความจุเท่ากันเพื่อไม่ให้เหลือพื้นที่ว่างที่จัดสรรไม่ได้
  1. กด <Esc> และกดปุ่มลูกศรซ้ายและขวาเพื่อเลื่อนแถบไฮไลต์ไปที่ Save/Exit (บันทึก/ออก) จากนั้นกด <Enter> เพื่อออกจากโปรแกรมการตั้งค่าระบบ และกลับไปสู่ขั้นตอนการบู๊ต

การกำหนดค่า RAID

คูณสามารถกำหนดค่าคอมพิวเตอร์ของคุณให้ใช้รูปแบบ RAID ได้ ถึงแม้ว่าคุณจะไม่ได้เลือกรูปแบบ RAID เมื่อซื้อคอมพิวเตอร์นี้มา โดยขั้นตอนนี้สามารถทำได้ทั้งก่อนหรือหลังการติดตั้งระบบปฏิบัติการ

คุณสามารถเลือกใช้โปรแกรมจาก NVIDIA (กรุณาดู การใช้ยูทิลิตี NVIDIA) หรือ Intel (กรุณาดู "การใช้ยูทิลิตี Intel® RAID" การใช้ยูทิลิตี Intel® RAID) ก็ได้ในการสร้างและจัดการอาร์เรย์แบบ RAID ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับคอมพิวเตอร์ของคุณ

การใช้ยูทิลิตี NVIDIA

ถ้าระบบของคุณมีการติดตั้งยูทิลิตีของ NVIDIA กรุณาดูเนื้อหาต่อไปนี้สำหรับข้อมูลเกี่ยวกับการใช้งาน

การกำหนดฮาร์ดไดรฟ์ให้เป็นอาร์เรย์แบบ RAID ก่อนการติดตั้งระบบปฏิบัติการ
ประกาศ : การดำเนินการตามขั้นตอนต่อไปนี้จะเป็นการลบข้อมูลทั้งหมดบนฮาร์ดไดรฟ์ของคุณ ให้สำรองข้อมูลทั้งหมดที่คุณต้องการเก็บเอาไว้ ก่อนจะดำเนินการต่อ
  1. เปิดใช้งาน RAID สำหรับฮาร์ดไดรฟ์แต่ละตัวที่ต้องการในคอมพิวเตอร์ของคุณ (กรุณาดู การตั้งค่าคอมพิวเตอร์ของคุณให้เป็นโหมดเปิดใช้งาน RAID)

  2. รีสตาร์ทคอมพิวเตอร์

  3. กด <Ctrl><n> เมื่อได้รับพร้อมท์ให้เข้าสู่ RAID BIOS

หน้าต่าง Define a New Array (กำหนดอาร์เรย์ใหม่) จะปรากฏขึ้น

หมายเหตุ : ถ้าเครื่องหมายระบบปฏิบัติการปรากฏขึ้นมา ให้รอต่อไปจนกระทั่งคุณเห็นเดสก์ท็อปของ Microsoft Windows จากนั้น ปิดระบบคอมพิวเตอร์ของคุณ แล้วลองอีกครั้ง
  1. กด <Tab> เพื่อเลื่อนเคอร์เซอร์ไปยังช่อง RAID Mode (โหมด RAID)

ถ้าต้องการสร้างรูปแบบ RAID 0 ให้ใช้ปุ่มลูกศรเพื่อเลือก Striping (การแยกเก็บข้อมูล)

ถ้าต้องการสร้างรูปแบบ RAID 1 ให้ใช้ปุ่มลูกศรเพื่อเลือก Mirroring (การทำมิเรอร์)

  1. กด <Tab> เพื่อเลื่อนเคอร์เซอร์ไปยังช่อง Free Disks (ดิสก์อิสระ)

  2. ใช้ปุ่มลูกศรขึ้นและลงเพื่อเลือกฮาร์ดไดรฟ์ที่ต้องการรวมลงในอาร์เรย์แบบ RAID จากนั้นใช้ปุ่มลูกศรขวาเพื่อย้ายไดรฟ์ที่เลือกจากช่อง Free Disks (ดิสก์อิสระ) ไปยังช่อง Array Disks (ดิสก์ในอาร์เรย์) ทำขั้นตอนเหล่านี้ซ้ำสำหรับดิสก์แต่ละตัวที่คุณต้องการรวมลงในอาร์เรย์แบบ RAID

หมายเหตุ : อาร์เรย์แบบ RAID แต่ละอาร์เรย์สามารถรองรับจำนวนของไดรฟ์ได้แตกต่างกันออกไป ขึ้นอยู่กับรุ่นของคอมพิวเตอร์ของคุณ
  1. หลังจากกำหนดฮาร์ดไดรฟ์ให้กับอาร์เรย์เสร็จเรียบร้อยแล้ว ให้กด <F9>

พร้อมท์ Clear disk data (ล้างข้อมูลดิสก์) จะปรากฏขึ้น

ประกาศ : ข้อมูลทั้งหมดในไดรฟ์ที่เลือกจะถูกลบในขั้นตอนถัดไป ให้สำรองข้อมูลทั้งหมดที่คุณต้องการเก็บเอาไว้ ก่อนจะดำเนินการต่อ
  1. กด <y> เพื่อล้างข้อมูลทั้งหมดออกจากไดรฟ์ที่เลือก

หน้าต่าง Array List (รายการอาร์เรย์) จะปรากฏขึ้น

  1. เมื่อต้องการตรวจทานรายละเอียดของอาร์เรย์ที่คุณสร้างขึ้นมา ให้ใช้ปุ่มลูกศรเพื่อเลื่อนแถบไฮไลต์ไปที่อาร์เรย์ในหน้าต่าง Array Detail (รายละเอียดอาร์เรย์) แล้วกด <Enter>

หน้าต่าง Array List (รายการอาร์เรย์) จะปรากฏขึ้น

หมายเหตุ : เมื่อต้องการลบอาร์เรย์ ให้ใช้ปุ่มลูกศรเพื่อเลือกอาร์เรย์ที่ต้องการ แล้วกด <d>
  1. กด <Enter> เพื่อกลับไปยังหน้าจอก่อนหน้านี้

  2. กด <Ctrl><x> เพื่อออกจาก RAID BIOS

การกำหนดฮาร์ดไดรฟ์ให้เป็นอาร์เรย์แบบ RAID หลังจากติดตั้งระบบปฏิบัติการแล้ว

ใช้ Nvidia MediaShield เพื่อสร้างรูปแบบ RAID เฉพาะในกรณีที่คุณทำการเพิ่มฮาร์ด-ไดรฟ์ใหม่ตั้งแต่หนึ่งตัวขึ้นไปลงในคอมพิวเตอร์ที่มีไดรฟ์เดียว (ไม่ใช้ RAID) และคุณต้องการรวมไดรฟ์ใหม่ลงในอาร์เรย์แบบ RAID

ประกาศ : การดำเนินการตามขั้นตอนต่อไปนี้จะเป็นการลบข้อมูลทั้งหมดบนฮาร์ดไดรฟ์ของคุณ ให้สำรองข้อมูลทั้งหมดที่คุณต้องการเก็บเอาไว้ ก่อนจะดำเนินการต่อ
  1. เปิดใช้งาน RAID บนฮาร์ดไดรฟ์ของคุณ (กรุณาดูที่ การตั้งค่าคอมพิวเตอร์ของคุณให้เป็นโหมดเปิดใช้งาน RAID)

  2. หลังจากที่รีสตาร์ทคอมพิวเตอร์ของคุณแล้ว ให้เปิดโปรแกรม Nvidia MediaShield

  3. คลิก Create (สร้าง) ซึ่งอยู่ใน System Tasks (งานของระบบ)

หน้าจอ NVIDIA Create Array Wizard (ตัวช่วยสร้างอาร์เรย์ของ NVIDIA) จะปรากฏขึ้น และแสดงรายการของดิสก์ที่สามารถเลือกได้

  1. คลิก Next (ถัดไป)® Custom (กำหนดเอง)® Next (ถัดไป)

  2. ใช้เมนูแบบดึงลงเพื่อเลือก Striping (การแยกเก็บข้อมูล) (RAID 0) หรือ Mirroring (การทำมิเรอร์) (RAID 1)

  3. คลิก Next (ถัดไป)

หน้าต่าง Free Disk Selection (การเลือกดิสก์อิสระ) จะปรากฏขึ้น

หมายเหตุ : ในรายการดิสก์อิสระ จะมีเฉพาะฮาร์ดไดรฟ์ที่เปิดใช้งาน RAID เท่านั้น
  1. คลิกเลือกไดรฟ์ต่างๆ ที่ต้องการรวมลงในรูปแบบ RAID แล้วคลิก Next (ถัดไป) จากนั้น คลิก Next (ถัดไป) อีกครั้ง

หมายเหตุ : อาร์เรย์แบบ RAID แต่ละอาร์เรย์สามารถรองรับจำนวนของไดรฟ์ได้แตกต่างกันออกไป ขึ้นอยู่กับรุ่นของคอมพิวเตอร์ของคุณ

หน้าต่าง Clearing System Data (การล้างข้อมูลระบบ) จะปรากฏขึ้น

ประกาศ : ตัวเลือก Clear System Data (ล้างข้อมูลระบบ) จะลบข้อมูลทั้งหมดในไดรฟ์ที่เลือก ให้สำรองข้อมูลทั้งหมดที่คุณต้องการเก็บเอาไว้ ก่อนจะดำเนินการต่อ
  1. คลิก Next (ถัดไป)® Finish (เสร็จสิ้น) เพื่อสร้างรูปแบบ RAID

หน้าต่างยูทิลิตีการจัดการ RAID ของ MediaShield จะปรากฏขึ้น และแสดงรายการอาร์เรย์พร้อมทั้งฮาร์ดไดรฟ์ตัวอื่นๆ ที่ติดตั้งไว้

การลบอาร์เรย์แบบ RAID

การลบไดรฟ์ข้อมูล RAID 1 จะเป็นการแบ่งไดรฟ์ข้อมูล RAID 1 ออกเป็นฮาร์ดไดรฟ์สองตัวพร้อมพาร์ติชั่นซึ่งไม่ได้อยู่ในรูปแบบ RAID โดยจะเก็บข้อมูลต่างๆ ที่มีอยู่ไว้เช่นเดิม

ประกาศ : การลบไดรฟ์ข้อมูล RAID 0 จะเป็นการล้างข้อมูลทั้งหมดบนไดรฟ์ข้อมูลออก ให้สำรองข้อมูลทั้งหมดที่คุณต้องการเก็บเอาไว้ ก่อนจะดำเนินการต่อ
ประกาศ : ถ้าคอมพิวเตอร์ของคุณบู๊ตผ่านไดรฟ์ข้อมูล RAID และคุณลบไดรฟ์นี้ออก คอมพิวเตอร์ของคุณจะไม่สามารถบู๊ตได้
  1. เรียกใช้ Nvidia MediaShield

  2. คลิกเลือกอาร์เรย์ที่คุณต้องการลบ

  3. คลิก Delete Array (ลบอาร์เรย์) ในบานหน้าต่าง System Tasks (งานระบบ)

หน้าจอ NVIDIA Delete Array Wizard (ตัวช่วยลบอาร์เรย์ของ NVIDIA) จะปรากฏขึ้น

  1. คลิก Next (ถัดไป)

หน้าจอยืนยันจะปรากฏขึ้นเพื่อแสดงชื่อและขนาดของอาร์เรย์ซึ่งคุณเลือกที่จะลบ

  1. คลิก Finish (เสร็จสิ้น) เพื่อลบรูปแบบ RAID

หน้าต่างยูทิลิตีการจัดการ RAID ของ MediaShield จะปรากฏขึ้น และแสดงรายการอาร์เรย์ที่เหลืออยู่พร้อมทั้งฮาร์ดไดรฟ์ตัวอื่นๆ ที่ติดตั้งไว้

การแปลงจาก RAID รูปแบบหนึ่งไปเป็นอีกรูปแบบหนึ่ง

คุณสามารถเปลี่ยนสถานะปัจจุบันของดิสก์หรืออาร์เรย์ เช่น เปลี่ยนจากแบบแยกเก็บข้อมูลไปเป็นแบบทำมิเรอร์ ได้โดยที่ข้อมูลไม่มีการสูญหาย นอกจากนี้ คุณสามารถเพิ่มฮาร์ดไดรฟ์ลงในอาร์เรย์ที่มีอยู่ได้ด้วยเช่นกัน

เวลาที่ใช้ในการแปลงอาร์เรย์ขึ้นอยู่กับปัจจัยหลายประการ เช่น ความเร็วของตัวประมวลผล ชนิดและขนาดของฮาร์ดไดรฟ์ที่ใช้ ระบบปฏิบัติการ

ประกาศ : ฮาร์ดไดรฟ์เพิ่มเติมที่จะนำมาใช้ในอาร์เรย์จะต้องมีขนาดเท่ากันหรือใหญ่กว่าไดรฟ์ทุกไดรฟ์ที่ใช้อยู่ในปัจจุบัน
  1. ตรวจสอบให้แน่ใจว่าได้มีการเปิดใช้งานโหมด RAID ในไดรฟ์ทั้งหมดที่จะนำมาใช้ในรูปแบบ RAID แล้ว (กรุณาดู การตั้งค่าคอมพิวเตอร์ของคุณให้เป็นโหมดเปิดใช้งาน RAID)

  2. เรียกใช้ Nvidia MediaShield

  3. คลิกเพื่อเลือกอาร์เรย์ที่คุณต้องการแปลง

  4. คลิก Convert Array (แปลงอาร์เรย์) ในบานหน้าต่าง System Tasks (งานระบบ)

หน้าจอ NVIDIA Convert Array Wizard (ตัวช่วยแปลงอาร์เรย์ของ NVIDIA) จะปรากฏขึ้น

  1. คลิก Next (ถัดไป)

  2. ในส่วน RAID Mode Selection (การเลือกโหมด RAID) ให้เลือก Mirroring (การทำมิเรอร์) หรือ Striping (การแยกเก็บข้อมูล) จากเมนูแบบดึงลง

  3. คลิก Next (ถัดไป)

ประกาศ : ข้อมูลทั้งหมดในไดรฟ์ที่เลือกจะถูกลบในขั้นตอนถัดไป ให้สำรองข้อมูลทั้งหมดที่คุณต้องการเก็บเอาไว้ ก่อนจะดำเนินการต่อ
  1. ใน Free Disk Selection (การเลือกดิสก์อิสระ) ให้คลิกกล่องกาเครื่องหมายข้างฮาร์ดไดรฟ์ที่คุณต้องการนำไปใช้กับอาร์เรย์

  2. คลิก เสร็จสิ้น (Finish)

หน้าต่างยูทิลิตีการจัดการ RAID ของ MediaShield จะปรากฏขึ้น และแสดงสถานะของขั้นตอนการอัพเกรด/การย้ายข้อมูล รวมถึงฮาร์ดไดรฟ์ตัวอื่นๆ ที่ติดตั้งไว้

การสร้างรูปแบบ RAID ขึ้นใหม่ (เฉพาะ RAID 1 เท่านั้น)

ถ้าฮาร์ดไดรฟ์ตัวใดตัวหนึ่งในอาร์เรย์แบบ RAID 1 ล้มเหลว คุณสามารถสร้างอาร์เรย์ขึ้นใหม่ได้โดยการคืนค่าข้อมูลลงในไดรฟ์ที่นำมาเปลี่ยน

  1. เรียกใช้ Nvidia MediaShield

  2. คลิกเลือกรูปแบบ RAID ของคุณ (Mirroring หรือการทำมิเรอร์) ในหน้าต่างยูทิลิตีการจัดการ

  3. เลือก Rebuild Array (สร้างอาร์เรย์ขึ้นใหม่) ในบานหน้าต่าง System Tasks (งานระบบ)

หน้าจอ NVIDIA Rebuild Array Wizard (ตัวช่วยสร้างอาร์เรย์ขึ้นใหม่ของ NVIDIA) จะปรากฏขึ้น

  1. คลิก Next (ถัดไป)

  2. เลือกฮาร์ดไดรฟ์ที่คุณต้องการสร้างขึ้นใหม่ โดยคลิกที่กล่องกาเครื่องหมายที่อยู่ด้านข้าง

  3. คลิก Next (ถัดไป)® Finish (เสร็จสิ้น)

หน้าต่างยูทิลิตีการจัดการ RAID ของ MediaShield จะปรากฏขึ้น และแสดงสถานะของขั้นตอนการสร้างอาร์เรย์ใหม่

หมายเหตุ : คุณสามารถใช้คอมพิวเตอร์ของคุณได้ ในระหว่างที่คอมพิวเตอร์กำลังสร้างอาร์เรย์ขึ้นใหม่

การใช้ยูทิลิตี Intel® RAID

ถ้าระบบของคุณมีการติดตั้งยูทิลิตีของ Intel กรุณาดูเนื้อหาต่อไปนี้สำหรับข้อมูลเกี่ยวกับการใช้งาน

การกำหนดอาร์เรย์แบบ RAID 0 หรือ RAID 1 ก่อนการติดตั้งระบบปฏิบัติการ
ประกาศ : ข้อมูลทั้งหมดในฮาร์ดไดรฟ์ของคุณจะถูกลบหากคุณสร้างรูปแบบ RAID โดยใช้ขั้นตอนต่อไปนี้ ให้สำรองข้อมูลที่คุณต้องการเก็บเอาไว้ ก่อนจะดำเนินการต่อ
ประกาศ : ใช้ขั้นตอนต่อไปนี้เฉพาะในกรณีที่คุณทำการติดตั้งระบบปฏิบัติการของคุณใหม่เท่านั้นห้ามใช้ขั้นตอนต่อไปนี้เพื่อย้ายข้อมูลจากรูปแบบการจัดเก็บที่มีอยู่เดิมไปเป็นแบบ RAID 0
  1. ตั้งค่าคอมพิวเตอร์ของคุณให้เป็นโหมดเปิดใช้งาน RAID (กรุณาดู การตั้งค่าคอมพิวเตอร์ของคุณให้เป็นโหมดเปิดใช้งาน RAID)

  2. กด <Ctrl><i> เมื่อคุณได้รับพร้อมท์ให้เข้าสู่ยูทิลิตี Intel RAID Option ROM

  3. กดปุ่มลูกศรขึ้นและลงเพื่อเลื่อนแถบไฮไลต์ไปที่ Create RAID Volume (สร้างไดรฟ์ข้อมูล RAID) และกด <Enter>

  4. ใส่ชื่อของไดรฟ์ข้อมูลแบบ RAID หรือยอมรับค่าเริ่มต้น แล้วกด <Enter>

สำหรับ RAID 0
    1. กดปุ่มลูกศรขึ้นและลงเพื่อเลือก RAID 0 (Stripe)

หมายเหตุ : เลือกขนาดของแถบข้อมูลที่ใกล้เคียงมากที่สุดกับขนาดเฉลี่ยของไฟล์ที่คุณต้องการบันทึกลงในไดรฟ์ข้อมูลแบบ RAID ถ้าคุณไม่ทราบขนาดเฉลี่ยของไฟล์ ให้เลือกขนาดของแถบข้อมูลเป็น 128 กิโลไบต์
    1. กดปุ่มลูกศรขึ้นและลงเพื่อเปลี่ยนแปลงขนาดของแถบข้อมูล แล้วกด <Enter>

สำหรับ RAID 1

กดปุ่มลูกศรขึ้นและลงเพื่อเลือก RAID 1 (Mirror)

  1. เลือกความจุของไดรฟ์ข้อมูลที่ต้องการ แล้วกด <Enter>

ค่าเริ่มต้นจะเป็นขนาดสูงสุดที่สามารถใช้ได้

  1. กด <Enter> เพื่อสร้างไดรฟ์ข้อมูล

  2. กด <y> เพื่อยันยันว่าคุณต้องการสร้างไดรฟ์ข้อมูล RAID

  3. ยืนยันว่ารูปแบบไดรฟ์ข้อมูลที่แสดงบนหน้าจอหลักของยูทิลิตี Intel RAID Option ROM นั้นถูกต้อง

  4. กดปุ่มลูกศรขึ้นและลงเพื่อเลือก Exit (ออก) แล้วกด <Enter>

  5. ติดตั้งระบบปฏิบัติการ (กรุณาดู การคืนค่าระบบปฏิบัติการของคุณ)

การสร้างรูปแบบ RAID ระดับ 0 หลังจากติดตั้งระบบปฏิบัติการแล้ว
หมายเหตุ : การทำตามขั้นตอนนี้ จะทำให้ข้อมูลทั้งหมดในไดรฟ์แบบ RAID ถูกลบ
  1. ตั้งค่าคอมพิวเตอร์ของคุณให้เป็นโหมดเปิดใช้งาน RAID (กรุณาดู การตั้งค่าคอมพิวเตอร์ของคุณให้เป็นโหมดเปิดใช้งาน RAID)

  2. คลิก เริ่ม (Start)® โปรแกรม (Programs)® Intel(R) Matrix Storage Manager® Intel Matrix Storage Console

หมายเหตุ : ถ้าคุณไม่เห็นตัวเลือกเมนู Actions (การดำเนินการ) แสดงว่าคุณยังไม่ได้ตั้งค่าคอมพิวเตอร์ของคุณให้เป็นโหมดเปิดใช้งาน RAID
  1. ในเมนู Actions (การดำเนินการ) ให้เลือก Create RAID Volume (สร้างไดรฟ์ข้อมูล RAID) เพื่อเปิดใช้ตัวช่วยสร้างไดรฟ์ข้อมูล RAID แล้วคลิก Next (ถัดไป)

  2. ในหน้าจอ Select Volume Location (เลือกตำแหน่งที่ตั้งของไดรฟ์ข้อมูล) ให้คลิกฮาร์ดไดรฟ์ตัวแรกที่คุณต้องการรวมลงในไดรฟ์ข้อมูล RAID ระดับ 0 จากนั้น ให้คลิกลูกศรขวา

  3. เลือกฮาร์ดไดรฟ์ตัวที่สองที่คุณต้องการรวมลงในไดรฟ์ข้อมูลแบบ RAID 0 จากนั้น ให้คลิกลูกศรขวา ฮาร์ดไดรฟ์ที่เลือกไว้จะปรากฏขึ้นในหน้าต่าง Selected (รายการที่เลือก) คลิก Next (ถัดไป)

หมายเหตุ : ถ้าต้องการเพิ่มฮาร์ดไดรฟ์ตัวที่สามลงในไดรฟ์ข้อมูลแบบ RAID 0 ให้ปฏิบัติตามขั้นตอนด้านบนหลังจากเลือกฮาร์ดไดรฟ์ตัวที่สามแล้ว
  1. ในหน้าต่าง Specify Volume Size (ระบุขนาดของไดรฟ์ข้อมูล) ให้คลิกเลือก Volume Size (ขนาดของไดรฟ์ข้อมูล) ที่ต้องการ แล้วคลิก Next (ถัดไป)

  2. คลิก Finish (เสร็จสิ้น) เพื่อสร้างไดรฟ์ข้อมูล หรือคลิก Back (ย้อนกลับ) เพื่อทำการเปลี่ยนแปลง

การสร้างรูปแบบ RAID ระดับ 1 หลังจากติดตั้งระบบปฏิบัติการแล้ว
หมายเหตุ : การทำตามขั้นตอนนี้ จะทำให้ข้อมูลทั้งหมดในไดรฟ์แบบ RAID ถูกลบ
  1. ตั้งค่าคอมพิวเตอร์ของคุณให้เป็นโหมดเปิดใช้งาน RAID (กรุณาดู การตั้งค่าคอมพิวเตอร์ของคุณให้เป็นโหมดเปิดใช้งาน RAID)

  2. คลิก เริ่ม (Start)® โปรแกรม (Programs)® Intel(R) Matrix Storage Manager® Intel Matrix Storage Console

หมายเหตุ : ถ้าคุณไม่เห็นตัวเลือกเมนู Actions (การดำเนินการ) แสดงว่าคุณยังไม่ได้ตั้งค่าคอมพิวเตอร์ของคุณให้เป็นโหมดเปิดใช้งาน RAID
  1. ในเมนู Actions (การดำเนินการ) ให้เลือก Create RAID Volume (สร้างไดรฟ์ข้อมูล RAID) เพื่อเปิดใช้ตัวช่วยสร้างไดรฟ์ข้อมูล RAID

  2. ในหน้าจอแรก คลิก Next (ถัดไป)

  3. ยืนยันชื่อไดรฟ์ข้อมูล และเลือกระดับของ RAID เป็น RAID 1 แล้วคลิก Next (ถัดไป) เพื่อดำเนินการต่อ

  4. ในหน้าจอ Select Volume Location (เลือกตำแหน่งที่ตั้งของไดรฟ์ข้อมูล) คลิกฮาร์ดไดรฟ์ตัวแรกที่คุณต้องการใช้ จากนั้น ให้คลิกลูกศรขวา

  5. คลิกฮาร์ดไดรฟ์ตัวที่สองจนกระทั่งเห็นทั้งไดรฟ์ทั้งสองตัวในหน้าต่าง Selected (รายการที่เลือก) จากนั้น คลิก Next (ถัดไป)

  6. ในหน้าต่าง Specify Volume Size (ระบุขนาดของไดรฟ์ข้อมูล) ให้เลือก Volume Size (ขนาดของไดรฟ์ข้อมูล) ที่ต้องการ แล้วคลิก Next (ถัดไป)

  7. คลิก Finish (เสร็จสิ้น) เพื่อสร้างไดรฟ์ข้อมูล หรือคลิก Back (ย้อนกลับ) เพื่อทำการเปลี่ยนแปลง

  8. ใช้ขั้นตอนของ Microsoft Windows ในการสร้างพาร์ติชันในไดรฟ์ข้อมูลแบบ RAID ที่สร้างขึ้นมาใหม่

การกู้คืนข้อมูลเมื่อเกิดความเสียหายกับฮาร์ดไดรฟ์หนึ่งตัว (RAID 1)
หมายเหตุ : ทำตามขั้นตอนต่างๆ ต่อไปนี้ หลังจากที่คุณเปลี่ยนฮาร์ดไดรฟ์ที่เสียแล้วเท่านั้น (กรุณาดูเนื้อหาในส่วน "ไดรฟ์" สำหรับคอมพิวเตอร์ของคุณ)
  1. เปิดเครื่องหรือรีสตาร์ทคอมพิวเตอร์ของคุณ

  2. กด <Ctrl><i> เมื่อคุณได้รับพร้อมท์ให้เข้าสู่ยูทิลิตี Intel RAID Option ROM

  3. ใน DEGRADED VOLUME DETECTED (ไดรฟ์ข้อมูลที่ตรวจพบซึ่งถูกลดระดับ) ให้ตรวจสอบว่ามีรายชื่อไดรฟ์ใหม่ (ที่ไม่ใช่ RAID) อยู่ในรายการ จากนั้นกด <Enter>

  4. ใน Disk/Volume Information (ข้อมูลดิสก์/ไดรฟ์ข้อมูล) ให้ตรวจสอบว่าสถานะของไดรฟ์ข้อมูลเป็น Rebuild (สร้างใหม่)

หมายเหตุ : ไดรฟ์ข้อมูลที่มีสถานะ Rebuild (สร้างใหม่) จะถูกสร้างขึ้นใหม่ภายในระบบปฏิบัติการ
  1. ใช้ปุ่มลูกศรขึ้นและลงเพื่อเลือก Exit (ออก) แล้วกด <Enter>

คอมพิวเตอร์ของคุณจะบู๊ตไปยังระบบปฏิบัติการ และเริ่มต้นสร้างไดรฟ์ข้อมูลแบบ RAID ขึ้นใหม่โดยอัตโนมัติ

หมายเหตุ : คุณสามารถใช้คอมพิวเตอร์ของคุณได้ ในระหว่างที่คอมพิวเตอร์กำลังสร้างไดรฟ์ข้อมูล RAID 1
การย้ายข้อมูลไปยังรูปแบบ RAID ระดับ 0
  1. ตั้งค่าคอมพิวเตอร์ของคุณให้เป็นโหมดเปิดใช้งาน RAID (กรุณาดู การตั้งค่าคอมพิวเตอร์ของคุณให้เป็นโหมดเปิดใช้งาน RAID)

  2. คลิก เริ่ม (Start)® โปรแกรมทั้งหมด (All Programs)® Intel(R) Matrix Storage Manager® Intel Matrix Storage Console

หมายเหตุ : ถ้าคุณไม่เห็นเมนู Actions (การดำเนินการ) แสดงว่าคุณยังไม่ได้ตั้งค่าคอมพิวเตอร์ของคุณให้เป็นโหมดเปิดใช้งาน RAID
  1. ในเมนู Actions (การดำเนินการ) ให้เลือก Create RAID Volume From Existing Hard Drive (สร้างไดรฟ์ข้อมูล RAID จากฮาร์ดไดรฟ์ที่มีอยู่) เพื่อ เปิดใช้ตัวช่วยย้ายข้อมูล

  2. คลิก Next (ถัดไป) ในหน้าจอตัวช่วยย้ายข้อมูล

  3. ใส่ชื่อของไดรฟ์ข้อมูลแบบ RAID หรือยอมรับค่าเริ่มต้น

  4. ในเมนูแบบดึงลง ให้เลือกระดับของ RAID เป็น RAID 0

  5. เลือกขนาดของแถบข้อมูลที่เหมาะสมจากเมนูแบบดึงลง แล้วคลิก Next (ถัดไป)

ขนาดของแถบข้อมูลควรใกล้เคียงมากที่สุดกับขนาดเฉลี่ยของไฟล์ที่คุณต้องการบันทึกลงในไดรฟ์ข้อมูลแบบ RAID ถ้าคุณไม่ทราบขนาดเฉลี่ยของไฟล์ ให้เลือกขนาดของแถบข้อมูลเป็น 128 กิโลไบต์

  1. ในหน้าจอ Select Source Hard Drive (เลือกฮาร์ดไดรฟ์หลัก) ให้ดับเบิลคลิกที่ฮาร์ดไดรฟ์ที่คุณต้องการย้ายข้อมูลออกไป แล้วคลิก Next (ถัดไป)

ไดรฟ์นี้ควรเป็นฮาร์ดไดรฟ์ที่มีไฟล์ระบบปฏิบัติการหรือไฟล์ข้อมูลที่คุณต้องการเก็บไว้บนไดรฟ์ข้อมูลแบบ RAID

  1. ในหน้าจอ Select Member Hard Drive (เลือกฮาร์ดไดรฟ์ลูก) ให้ดับเบิลคลิกที่ฮาร์ดไดรฟ์อย่างน้อยหนึ่งตัวเพื่อเลือกไดรฟ์ลูกสำหรับใช้ในการขยา ยอาร์เรย์ของแถบข้อมูล แล้วคลิก Next (ถัดไป)

  2. ในหน้าจอ Specify Volume Size (ระบุขนาดของไดรฟ์ข้อมูล) ให้เลือก Volume Size (ขนาดของไดรฟ์ข้อมูล) ที่คุณต้องการ แล้วคลิก Next (ถัดไป)

ประกาศ : ในขั้นตอนต่อไป ข้อมูลทั้งหมดที่อยู่ในไดรฟ์ลูกจะถูกลบออก
  1. คลิก Finish (เสร็จสิ้น) เพื่อเริ่มการย้ายข้อมูล หรือคลิก Back (ย้อนกลับ) เพื่อทำการเปลี่ยนแปลง

หมายเหตุ : คุณสามารถใช้คอมพิวเตอร์ของคุณได้ตามปกติในระหว่างการย้ายข้อมูล
การย้ายข้อมูลไปยังรูปแบบ RAID ระดับ 1
  1. ตั้งค่าคอมพิวเตอร์ของคุณให้เป็นโหมดเปิดใช้งาน RAID (กรุณาดู การตั้งค่าคอมพิวเตอร์ของคุณให้เป็นโหมดเปิดใช้งาน RAID)

  2. คลิก เริ่ม (Start)® โปรแกรมทั้งหมด (All Programs)® Intel(R) Matrix Storage Manager® Intel Matrix Storage Console เพื่อเปิดใช้ Intel Storage Utility

หมายเหตุ : ถ้าคุณไม่เห็นเมนู Actions (การดำเนินการ) แสดงว่าคุณยังไม่ได้ตั้งค่าคอมพิวเตอร์ของคุณให้เป็นโหมดเปิดใช้งาน RAID
  1. ในเมนู Actions (การดำเนินการ) ให้คลิก Create RAID Volume From Existing Hard Drive (สร้างไดรฟ์ข้อมูล RAID จากฮาร์ดไดรฟ์ที่มีอยู่) เพื่อ เปิดใช้ตัวช่วยย้ายข้อมูล

  2. คลิก Next (ถัดไป) ในหน้าจอแรกของตัวช่วยย้ายข้อมูล

  3. ใส่ชื่อของไดรฟ์ข้อมูลแบบ RAID หรือยอมรับค่าเริ่มต้น

  4. ในเมนูแบบดึงลง ให้เลือกระดับของ RAID เป็น RAID 1

หมายเหตุ : เลือกฮาร์ดไดรฟ์ที่คุณต้องการใช้เป็นฮาร์ดไดรฟ์หลัก (ควรเป็นฮาร์ดไดรฟ์ที่มีไฟล์ระบบปฏิบัติการหรือไฟล์ข้อมูลที่คุณต้องการเก็บไว้บนไดรฟ์ข้อมูล RAID)
  1. ในหน้าจอ Select Source Hard Drive (เลือกฮาร์ดไดรฟ์หลัก) ให้ดับเบิลคลิกที่ฮาร์ดไดรฟ์ที่คุณต้องการย้ายข้อมูลออกไป แล้วคลิก Next (ถัดไป)

ไดรฟ์นี้ควรเป็นฮาร์ดไดรฟ์ที่มีไฟล์ระบบปฏิบัติการหรือไฟล์ข้อมูลที่คุณต้องการเก็บไว้บนไดรฟ์ข้อมูลแบบ RAID

  1. ในหน้าจอ Select Member Hard Drive (เลือกฮาร์ดไดรฟ์ลูก) ให้ดับเบิลคลิกที่ฮาร์ดไดรฟ์เพื่อเลือกไดรฟ์ลูกที่จะเป็นมิเรอร์ของรูปแบบ แล้วคลิก Next (ถัดไป)

  2. ในหน้าจอ Specify Volume Size (ระบุขนาดของไดรฟ์ข้อมูล) ให้เลือก Volume Size (ขนาดของไดรฟ์ข้อมูล) ที่คุณต้องการ แล้วคลิก Next (ถัดไป)

ประกาศ : ในขั้นตอนต่อไป ข้อมูลทั้งหมดที่อยู่ในไดรฟ์ลูกจะถูกลบออก
  1. คลิก Finish (เสร็จสิ้น) เพื่อเริ่มการย้ายข้อมูล หรือคลิก Back (ย้อนกลับ) เพื่อทำการเปลี่ยนแปลง

หมายเหตุ : คุณสามารถใช้คอมพิวเตอร์ของคุณได้ตามปกติในระหว่างการย้ายข้อมูล

กลับไปยังหน้าเอกสารหลัก

 

Laptops | Desktops | Business Laptops | Business Desktops | Workstations | Servers | Storage | Services | Monitors | Printers | LCD TVs | Electronics
© 2012 Dell | About Dell | Terms & Conditions | Unresolved Issues | Privacy Statement | Ads and Emails | Dell Recycling | Contact | Site Map | Visit ID | Feedback

*Offers subject to change. Taxes, shipping, handling and other fees apply. U.S. Dell Small Business new purchases only. LIMIT 5 DISCOUNTED OR PROMOTIONAL ITEMS PER CUSTOMER. LIMIT 5 VOSTRO OR INSPIRON UNITS PER CUSTOMER. Dell reserves right to cancel orders arising from pricing or other errors.

snWEB4