|
การเชื่อมต่ออุปกรณ์: คู่มือการใช้คอมพิวเตอร์ Dell รุ่น Latitude C600/C500
กลับไปยังหน้าเอกสารหลัก
การเชื่อมต่ออุปกรณ์: คู่มือการใช้คอมพิวเตอร์ Dell รุ่น Latitude C600/C500
คุณสามารถเชื่อมต่อกับอุปกรณ์ภายนอกได้ผ่านทางพอร์ต I/O โดย BIOS ของคอมพิวเตอร์จะตรวจสอบอุปกรณ์ต่อพ่วงต่าง ๆ ที่มี ขณะที่บูตเครื่อง (เริ่มใช้เครื่อง) หรือบูตเครื่องใหม่
รูปที่ 1 แสดงพอร์ต I/O ต่าง ๆ ด้านหลังเครื่องคอมพิวเตอร์ ส่วนรูปที่ 2 แสดงช่องเสียบโมเด็ม TV และระบบเสียงที่ด้านข้างเครื่องคอมพิวเตอร์
 |
หมายเหตุ: สำหรับอุปกรณ์ภายนอกบางอย่างนั้น คุณจำเป็นต้องโหลดซอฟต์แวร์ที่เรียกว่าดีไวซ์ไดรเวอร์เข้าไว้ในหน่วยความจำของระบบก่อนที่อุปกรณ์นั้นจะสามารถทำงานได้ ซอฟต์แวร์ดีไวซ์ไดรเวอร์จะช่วยให้คอมพิวเตอร์รู้จักกับอุปกรณ์ภายนอก
และควบคุมการทำงานของอุปกรณ์ดังกล่าวได้ โดยปกติแล้ว คำแนะนำสำหรับการติดตั้งซอฟต์แวร์นี้จะรวมอยู่ในชุดอัปเกรด
สำหรับคำแนะนำเกี่ยวกับการใช้พอร์ต I/O ในตัวจำลองพอร์ตแบบแอดวานซ์ (APR) C/Port หรือสถานีขยาย C/Dock โปรดดูในเอกสารซึ่งให้มาพร้อมกับอุปกรณ์นั้น
|
ข้อสังเกต: หากต้องการปลดอุปกรณ์ต่อพ่วงภายนอกออกจากด้านหลังเครื่องคอมพิวเตอร์ ให้รอประมาณ 5 วินาทีก่อนที่จะปลดอุปกรณ์ออกจากตัวเครื่อง ทั้งนี้เพื่อหลีกเลี่ยงความเสียหายที่อาจเกิดขึ้นกับเมนบอร์ด
รูปที่ 1 พอร์ต I/O ที่ด้านหลังเครื่องคอมพิวเตอร์
รูปที่ 2 พอร์ต I/O ที่ด้านขวาเครื่องคอมพิวเตอร์
คุณสามารถใช้ช่องเสียบจอแสดงผล 15 ช่องเพื่อเชื่อมต่อจอภาพภายนอกเข้ากับเครื่องคอมพิวเตอร์ได้ สำหรับเครื่องที่ใช้ระบบปฏิบัติการ Microsoft® Windows® 98 และ Windows Millennium Edition (Me) คุณสามารถใช้จอภาพภายนอกเป็นจอแสดงผลสำหรับโหมดจอแสดงผลแบบ Dual Display
(จอแสดงผลคู่) ได้
ข้อสังเกต: อย่าวางจอภาพไว้บนคอมพิวเตอร์แบบพกพาโดยตรง ถึงแม้ว่าคอมพิวเตอร์จะปิดฝาอยู่ก็ตาม เพราะจะทำให้โครงเครื่องและจอแสดงผลแตกได้
- ตรวจสอบดูให้แน่ใจว่าได้ปิดจอภาพภายนอกแล้ว ตั้งจอภาพไว้บนฐานวางจอภาพ โต๊ะทำงาน หรือพื้นผิวอื่นใกล้กับคอมพิวเตอร์
- ต่อสายเคเบิลวิดีโอของจอภาพภายนอกไปยังคอมพิวเตอร์
เสียบสายเคเบิลวิดีโอเข้ากับช่องเสียบวิดีโอที่ถูกต้องบริเวณด้านหลังคอมพิวเตอร์ ดังที่แสดงไว้ในรูปที่ 3 หากไม่ได้เชื่อมต่อสายเคเบิลไว้อย่างถาวรกับจอภาพ ให้นำสายเคเบิลมาเชื่อมต่อเข้ากับจอดังกล่าว
รูปที่ 3 การเชื่อมต่อกับจอภาพภายนอก

ตรวจสอบดูด้วยว่าได้ขันสกรูทั้งหมดของช่องเสียบสายเคเบิลวิดีโออย่างแน่นหนา เพื่อกำจัดสัญญาณรบกวนจากคลื่นความถี่วิทยุ (RFI)
- เชื่อมต่อจอภาพภายนอกเข้ากับเต้าเสียบไฟที่มีการต่อกราวนด์
เสียบปลั๊กสามขาตรงปลายด้านหนึ่งของสายไฟของจอภาพลงในแถบปลั๊ก หรือแหล่งพลังงานอื่นที่มีการต่อลงกราวนด์ หากไม่ได้เชื่อมต่อสายเคเบิลไว้อย่างถาวรกับจอภาพ ให้นำสายเคเบิลมาเชื่อมต่อเข้ากับจอภาพ
นอกจากนี้ คุณยังสามารถเชื่อมต่อจอภาพภายนอกเข้ากับตัวจำลองพอร์ตแบบแอดวานซ์ (APR) C/Port หรือสถานีขยาย C/Dock ได้อีกด้วย
เมื่อคุณต่อจอภาพภายนอกเข้ากับคอมพิวเตอร์ ภาพก็จะไปปรากฏบนหน้าจอภายนอกโดยอัตโนมัติเมื่อคุณบูตเครื่อง
การสลับการแสดงภาพวิดีโอระหว่างจอแสดงผลในตัวกับจอภาพภายนอก หรือให้ปรากฏขึ้นพร้อมกัน ให้กดปุ่ม <Fn><F8> ในแป้นพิมพ์ในตัว กดปุ่ม <Scroll Lock><F8> บนแป้นพิมพ์ภายนอกหากมีการกำหนดใช้ตัวเลือก External Hot Key ในโปรแกรมการตั้งค่าระบบ
หากคุณไม่ได้เปิดจอภาพภายนอกขณะที่บูตเครื่อง คอมพิวเตอร์จะยังคงส่งสัญญาณวิดีโอไปยังจอภาพภายนอก แต่คุณจะไม่เห็นภาพทั้งบนจอแสดงผลในตัวและจอภาพภายนอก หากต้องการดูภาพ ให้เปิดจอแสดงผลภายนอกหรือสลับสวิตช์ไปใช้จอแสดงผลของคอมพิวเตอร์แทนโดยการกดปุ่ม
<Fn><F8> บนแป้นพิมพ์ในตัวหรือ <Scroll Lock><F8> บนแป้นพิมพ์ภายนอกหากมีการกำหนดใช้งานตัวเลือก
External Hot Key ในโปรแกรมการตั้งค่าระบบ
 |
หมายเหตุ: ถ้าคุณใช้จอภาพภายนอกที่มีความละเอียดสูงกว่าที่สนับสนุน ในกรณีนี้คุณสมบัติแสดงผลในเวลาเดียวกันจะไม่ทำงาน สำหรับการใช้จอแสดงผล ให้เปลี่ยนไปใช้ความละเอียดที่เครื่องคอมพิวเตอร์สนับสนุนหรือปลดจอภาพภายนอกออกแล้วบูตเครื่องใหม่
|
สำหรับเครื่องที่ใช้ระบบปฏิบัติการไมโครซอฟต์วินโดวส์ 98 หรือวินโดวส์ Me คุณจะใช้จอภาพภายนอกเป็นจอภาพเสริมได้
- เชื่อมต่อจอภาพภายนอก โทรทัศน์ หรือโปรเจคเตอร์
- คลิกที่ปุ่ม Start เลือก Settings และคลิกที่ Control Panel
- ในหน้าต่าง Control Panel ดับเบิลคลิกที่ไอคอน Display
- ในหน้าต่าง Display Properties ให้คลิกที่แท็บ Settings
- เปลี่ยนตัวเลือก Colors เป็น 256 Color
หรือ High Color (16 bit)
- เปลี่ยนตัวเลือก Screen Area ให้เหมาะกับขนาดจอภาพของคุณ
- คลิกที่ปุ่ม Advanced...
- เมื่อหน้าต่างคุณสมบัติของไดรเวอร์สำหรับการแสดงผล RAGE MOBILITY ปรากฏขึ้น ให้เลือกแท็บ
Displays
- คลิกที่ปุ่ม Monitor
เพื่อกำหนดให้ใช้งานตัวเลือก dual-display
- คลิกที่ Yes เมื่อระบบถาม จากนั้นบูตเครื่องใหม่
- หลังจากบูตเครื่องใหม่แล้ว ให้เปิดไอคอน Display
ใน Control Panel อีกครั้ง
- คลิกที่แท็บ Settings
ขณะนี้จอแสดงผลสองจอในหน้าต่างจะปรากฏขึ้น
- คลิกที่จอแสดงผลที่เป็นสีเทา เมื่อระบบสอบถามว่าคุณต้องการใช้งานจอนี้หรือไม่ ให้คลิกที่ Yes
จากนั้น คลิกที่ Apply
คุณสามารถเชื่อมต่ออุปกรณ์ขนาน (ซึ่งมักจะเป็นเครื่องพิมพ์) เข้ากับพอร์ตขนาน 25 ช่องได้ นอกจากนั้น คุณยังสามารถต่อดิสเก็ตต์ไดรฟ์เข้ากับตัวพอร์ตขนานได้อีกด้วย
พอร์ตขนานจะส่งและรับข้อมูลในรูปแบบขนาน ซึ่งข้อมูล 8 บิต (1 ไบต์) จะถูกส่งแยกพร้อมกันไปตามสาย 8 สาย ทั้งนี้ คุณสามารถกำหนดให้พอร์ตทำงานแบบทิศทางเดียว (เฉพาะเอาต์พุต) สำหรับอุปกรณ์ เช่น เครื่องพิมพ์ หรือเป็นพอร์ตแบบสองทิศทางสำหรับอุปกรณ์อื่น
เช่น การ์ดเน็ตเวิร์ก
พอร์ตขนานของเครื่องคอมพิวเตอร์ได้รับการออกแบบให้เป็นพอร์ต LPT1 ระบบปฏิบัติการไมโครซอฟต์วินโดวส์ 95, วินโดวส์ 98 และวินโดวส์ Me จะรับทราบว่ามีอุปกรณ์ขนานและตั้งค่าคอนฟิกให้อย่างถูกต้องโดยอัตโนมัติ คุณสามารถตั้งค่าคอนฟิกพอร์ตขนานเพื่อให้เข้ากับมาตรฐาน
PS/2 ได้
คุณสามารถใช้ดิสเก็ตต์ไดรฟ์เป็นอุปกรณ์ภายนอกตัวที่สองได้หากต่อไว้ในช่องใส่ไดรฟ์แบบโมดูลาร์แล้ว ตัวอักษร A จะเป็นอักษรระบุดิสเก็ตต์ไดรฟ์เสมอ แต่หากมีดิสเก็ตต์ไดรฟ์ติดตั้งไว้ในช่องใส่ไดรฟ์แบบโมดูลาร์แล้ว
ไดรฟ์ที่ต่อกับพอร์ตขนานจะเป็นไดรฟ์ B สำหรับข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับการใช้ดิสเก็ตต์ไดรฟ์ โปรดดูที่ "ดิสเก็ตต์ไดรฟ์"
ใช้สายเคเบิลแบบขนานของดิสเก็ตต์ไดรฟ์ที่ให้มาพร้อมกับเครื่องคอมพิวเตอร์เชื่อมต่อไดรฟ์เข้ากับพอร์ตขนานที่แผง I/O ดังแสดงในรูปที่ 4
 |
หมายเหตุ: หากคอมพิวเตอร์ของคุณใช้ระบบปฏิบัติการไมโครซอฟต์วินโดวส์ 95, วินโดวส์ 98, วินโดวส์ 2000 หรือวินโดวส์ Me และได้ตั้งตัวเลือก
Diskette Reconfig ไว้เป็น Any Time ในโปรแกรมการตั้งค่าระบบ คุณไม่จำเป็นต้องบูตเครื่องใหม่เมื่อคุณต่อดิสเก็ตต์ไดรฟ์กับพอร์ตขนาน แต่หากใช้ระบบปฏิบัติการ Microsoft Windows NT® คุณต้องบูตเครื่องใหม่หลังจากที่ต่อดิสเก็ตต์ไดรฟ์แล้ว
|
รูปที่ 4 การใช้ดิสเก็ตต์ไดรฟ์เป็นอุปกรณ์ภายนอก

ข้อสังเกต: ขณะที่ไม่ได้ใช้ดิสเก็ตต์ไดรฟ์เป็นอุปกรณ์ภายนอก ให้คุณปลดสายเคเบิลขนานของดิสเก็ตต์ไดรฟ์ออกจากพอร์ตขนาน
ข้อสังเกต: คุณต้องใช้สายเคเบิลขนานสำหรับดิสเก็ตต์ไดรฟ์ในการเชื่อมต่อดิสเก็ตต์ไดรฟ์เท่านั้น อย่าใช้สายเคเบิลนี้ต่ออุปกรณ์อื่นใดเข้ากับคอมพิวเตอร์
ไฟแสดงสถานะการเข้าถึงไดรฟ์จะไม่กะพริบ หากมีการเข้าใช้ข้อมูลจากดิสเก็ตต์ไดรฟ์ที่ต่อกับช่องเสียบแบบขนาน
ข้อสังเกต: ให้ระมัดระวังการใช้ดิสเก็ตต์ไดรฟ์ในกรณีที่ไดรฟ์นั้นไม่ได้เสียบอยู่ในช่องใส่ไดรฟ์แบบโมดูลาร์ อย่าบีบหรือวางวัตถุใด ๆ ไว้บนตัวไดรฟ์ เพราะอาจทำให้มอเตอร์ของไดรฟ์เสียหายได้
คุณสามารถเชื่อมต่อเครื่องคอมพิวเตอร์ของคุณเข้ากับตัวจำลองพอร์ต (APR) C/Port และสถานีขยาย C/Dock ของ Dell ได้โดยใช้ช่องเชื่อมต่อสถานีขยาย สำหรับคำแนะนำในการเชื่อมต่อเครื่องคอมพิวเตอร์ของคุณ โปรดดูในเอกสารที่ให้มาพร้อมกับอุปกรณ์สำหรับเชื่อมต่อ
คุณสามารถเชื่อมต่อฮับแบบ USB เข้ากับพอร์ต USB ได้ ฮับชนิด USB สามารถสนับสนุนอุปกรณ์ชนิด USB ได้หลายอย่าง (ซึ่งปกติจะเป็นอุปกรณ์ที่มีความเร็วต่ำ เช่น เมาส์ แป้นพิมพ์ เครื่องพิมพ์ และลำโพง เป็นต้น) ส่วนโซลูชันของตัวจำลองพอร์ตแบบแอดวานซ์
(APR) C/Port และสถานีขยาย C/Dock มีพอร์ต USB 2 ช่อง
 |
หมายเหตุ: หากคุณใช้แป้นพิมพ์ภายนอกแบบ USB ห้ามเรียกใช้โปรแกรมการตั้งค่าระบบโดยใช้คำสั่งจากแป้นพิมพ์ของแป้นพิมพ์ภายนอก แต่ให้กด <Fn><F1> บนแป้นพิมพ์ในตัวแทน
|
คุณสามารถต่ออุปกรณ์ที่สามารถใช้กับ PS/2 เช่น เมาส์ แป้นพิมพ์แบบ 101 หรือ 102 คีย์ หรือคีย์แพดตัวเลขเข้ากับช่องเสียบ mini-DIN PS/2 ได้ (โปรดดูรูปที่ 5)
คุณสามารถเชื่อมต่ออุปกรณ์เหล่านี้กับตัวจำลองพอร์ต (APR) C/Port หรือสถานีขยาย C/Dock
รูปที่ 5 ช่องเสียบเมาส์ แป้นพิมพ์ หรือคีย์แพดภายนอก

เมาส์
หากคุณตั้งตัวเลือก Pointing Device
ในโปรแกรมการตั้งค่าระบบ เป็น Touch Pad-PS/2 Mouse (ค่าดีฟอลต์) คุณจะสามารถใช้ทั้งอุปกรณ์ DualPoint และเมาส์ภายนอกแบบ PS/2 หากได้ต่อไว้ แต่หากไม่ได้ต่อไว้ และคุณต้องการใช้คุณสมบัติขั้นสูงของอุปกรณ์ตัวชี้
DualPoint คุณต้องปิดเครื่องคอมพิวเตอร์หรือเข้าสู่โหมด Suspend หรือ Standby จากนั้นจึงทำงานต่อ หากคุณไม่ปฏิบัติตามนี้ อุปกรณ์ตัวชี้ DualPoint จะกลับมาทำงานในโหมด PS/2 มาตรฐาน ซึ่งจะทำให้คุณสมบัติหลาย ๆ ประการไม่ทำงาน
ถ้าคุณกำลังใช้เมาส์แบบ PS/2 ที่ไม่ได้ผลิตโดยบริษัทไมโครซอฟต์ และเมาส์ทำงานไม่ถูกต้อง ให้บูตคอมพิวเตอร์ใหม่ หากเมาส์ยังคงไม่ทำงาน ให้ติดตั้งไดรเวอร์ต่าง ๆ จากดิสเก็ตต์หรือซีดีซึ่งให้มาพร้อมกับเมาส์ แล้วจึงบูตเครื่องใหม่
แป้นพิมพ์ภายนอก
คุณสามารถใช้แป้นพิมพ์ในตัวและแป้นพิมพ์ภายนอกได้พร้อม ๆ กัน ทั้งนี้ เมื่อคุณต่อแป้นพิมพ์เข้ากับคอมพิวเตอร์ คีย์แพดตัวเลขในตัวจะถูกตัดการทำงานโดยอัตโนมัติ
ปุ่ม <Scroll Lock> ในแป้นพิมพ์ภายนอกทำหน้าที่เช่นเดียวกับปุ่ม <Fn> ป้อนข้อมูลโดยใช้แป้นพิมพ์ของเครื่องคอมพิวเตอร์ (หากมีการกำหนดใช้งานตัวเลือก External Hot Key ในโปรแกรมการตั้งค่าระบบ)
คีย์แพดตัวเลขภายนอก
เมื่อคุณเชื่อมต่อคีย์แพดตัวเลขภายนอกเข้ากับเครื่องคอมพิวเตอร์ คีย์แพดตัวเลขในแป้นพิมพ์ในเครื่องจะถูกตัดการทำงานโดยอัตโนมัติ ไฟที่แป้นพิมพ์ในตัวจะตรวจสอบการทำงานของคีย์แพดตัวเลขภายนอก
ในการเชื่อมต่ออุปกรณ์แบบอนุกรมเข้ากับเครื่องคอมพิวเตอร์ ให้ใช้ช่องเสียบอนุกรม 9 ขา
พอร์ตอนุกรมจะส่งผ่านข้อมูลในรูปแบบอนุกรม (ครั้งละ 1 บิตใน 1 สาย) พอร์ตนี้จะสนับสนุนอุปกรณ์หลายอย่างที่ต้องการการส่งข้อมูลแบบอนุกรม อาทิ เมาส์อนุกรม เครื่องพิมพ์อนุกรม พล็อตเตอร์ หรือโมเด็มภายนอก
คุณสามารถเชื่อมต่ออะแดปเตอร์ AC เข้ากับเครื่องคอมพิวเตอร์โดยใช้ช่องเสียบอะแดปเตอร์ AC
ได้ อะแดปเตอร์ AC จะทำหน้าที่แปลงไฟฟ้ากระแสสลับ (AC) ไปเป็นไฟฟ้ากระแสตรง (DC) ซึ่งจำเป็นต่อการใช้งานของคอมพิวเตอร์
คุณสามารถเชื่อมต่ออะแดปเตอร์ AC เข้ากับเครื่องคอมพิวเตอร์ได้ทั้งขณะที่เปิดและปิดเครื่อง
อะแดปเตอร์ AC นี้สามารถใช้ได้กับระบบไฟฟ้าทั่วโลก อย่างไรก็ตาม ชนิดของเต้าเสียบอาจแตกต่างกันไปในแต่ละประเทศ ดังนั้น ก่อนที่จะใช้ไฟ AC ในต่างประเทศ คุณอาจจำเป็นต้องหาสายไฟใหม่ที่ออกแบบมาสำหรับใช้ในประเทศนั้นด้วย
พอร์ต IR (infrared) ใช้ในการโอนไฟล์จากคอมพิวเตอร์ไปยังอุปกรณ์อื่นที่สามารถใช้ IR ได้โดยไม่ต้องต่อสายเคเบิล
ตามปกติเมื่อคอมพิวเตอร์ส่งถึงมือคุณ จะไม่มีการกำหนดใช้พอร์ต IR คุณสามารถกำหนดใช้พอร์ต IR โดยการเลือกการตั้งค่าที่เหมาะสมสำหรับตัวเลือก Infrared Data Port ในโปรแกรมการตั้งค่าระบบได้
หลังจากกำหนดใช้พอร์ต IR แล้ว หากต้องการโอนไฟล์ ให้ทำดังนี้
- หันพอร์ต IR ของคอมพิวเตอร์ไปทางพอร์ต IR ของอุปกรณ์ที่จะส่งข้อมูล อุปกรณ์ที่มีพอร์ต IR จะส่งข้อมูลในรูปของแสง IR โดยทำมุม 30 องศา
- เรียกใช้ซอฟต์แวร์สื่อสารข้อมูลกับอุปกรณ์ทั้งสอง จากนั้นจึงเริ่มโอนไฟล์ โปรดอ่านคู่มือที่ให้มาพร้อมกับอุปกรณ์นั้น ๆ เพื่อให้แน่ใจว่าคุณใช้อุปกรณ์ดังกล่าวอย่างถูกวิธี
 |
หมายเหตุ: ตรวจดูให้แน่ใจว่าไม่มีหนังสือ กระดาษ หรือวัตถุอื่นกั้นอยู่ระหว่างอุปกรณ์ IR ทั้งสองและให้อุปกรณ์ทั้งสองนั้นอยู่ทำมุม 30 องศา
หากอุปกรณ์ IR ไม่ทำงาน คอมพิวเตอร์และอุปกรณ์ดังกล่าวอาจไม่อยู่ในแนวรัศมี ลองจัดตำแหน่งของอุปกรณ์นั้นและเครื่องคอมพิวเตอร์ใหม่ให้อยู่ในลักษณะทำมุม 30 องศา
|
ระบบปฏิบัติการไมโครซอฟต์วินโดวส์เอ็นที 4.0 จะไม่สนับสนุนการใช้อุปกรณ์ IR
พอร์ต IR นี้ตรงตามมาตรฐาน IrDA (Infrared Data Association) 1.1 (Fast IR) และ 1.0 (Slow IR) การส่งข้อมูล IR จะส่งทางเลนส์ในเครื่องคอมพิวเตอร์ได้ในระยะทางไม่เกิน 1 เมตร (3.3 ฟุต) โดยคอมพิวเตอร์ เครื่องพิมพ์
เมาส์ หรือรีโมทคอนโทรลรุ่นที่มีพอร์ต IR จะรับสัญญาณดังกล่าว
แอดเดรสที่เป็นค่าดีฟอลต์ของพอร์ต IR คือ COM3 เพื่อหลีกเลี่ยงไม่ให้เกิดความขัดแย้งกับอุปกรณ์อื่น ให้แม็ปแอดเดรสของพอร์ต IR ใหม่
หากคุณต่อคอมพิวเตอร์เข้ากับตัวจำลองพอร์ตแบบแอดวานซ์ (APR) C/Port หรือสถานีขยาย C/Dock เครื่องจะตัดการทำงานพอร์ต IR โดยอัตโนมัติ
สำหรับข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับการใช้อุปกรณ์ IR โปรดดูในเอกสารซึ่งให้มาพร้อมกับระบบปฏิบัติการของคุณ
คุณสามารถต่อสายโทรศัพท์กับโมเด็มที่สามารถเลือกติดตั้งได้ทางช่องเสียบโมเด็มที่ด้านขวาของเครื่องคอมพิวเตอร์ (โปรดดูรูปที่ 6)
ข้อสังเกต: อย่าสับสนระหว่างช่องเสียบโมเด็มและช่องเสียบเน็ตเวิร์กของคอมพิวเตอร์ อย่าเสียบสายโทรศัพท์เข้ากับช่องเสียบเน็ตเวิร์ก
รูปที่ 6 ช่องเสียบโมเด็มและช่องเสียบเน็ตเวิร์ก
 |
| 1 |
ช่องเสียบโมเด็มที่สามารถเลือกติดตั้งได้ |
| 2 |
ช่องเสียบเน็ตเวิร์กที่สามารถเลือกติดตั้งได้ |
|
สำหรับข้อมูลเกี่ยวกับการใช้โมเด็ม โปรดดูในเอกสารของโมเด็มแบบออนไลน์ซึ่งให้มาพร้อมกับคอมพิวเตอร์ โดยดับเบิลคลิกที่ไอคอน
Dell Documents ในเดสก์ทอปของวินโดวส์ จากนั้นคลิก System Information และคลิก Communications
คุณสามารถต่อคอนโทรลเลอร์อินเตอร์เฟซสำหรับเน็ตเวิร์ก (NIC) ได้ผ่านช่องเสียบเน็ตเวิร์กที่สามารถเลือกได้ที่ด้านขวาของคอมพิวเตอร์ (โปรดดูรูปที่ 6)
ข้อสังเกต: อย่าสับสนระหว่างช่องเสียบโมเด็มและช่องเสียบเน็ตเวิร์กของคอมพิวเตอร์ ห้ามเสียบสายโทรศัพท์เข้ากับช่องเสียบเน็ตเวิร์ก
สำหรับข้อมูลเกี่ยวกับการใช้ NIC ภายใน โปรดดูในเอกสารของ NIC แบบออนไลน์ซึ่งให้มาพร้อมกับคอมพิวเตอร์ โดยดับเบิลคลิกที่ไอคอน
Dell Documents ในเดสก์ทอปของวินโดวส์ จากนั้นคลิก System Information และคลิก Communications
คุณสามารถต่อทีวีซึ่งมีช่องเสียบสายสัญญาณ S-Video เข้ากับคอมพิวเตอร์ได้ รูปที่ 7 แสดงตำแหน่งของช่องเสียบสายสัญญาณ S-Video
รูปที่ 7 การต่อทีวี

การต่อคอมพิวเตอร์กับทีวี ให้ทำตามคำแนะนำต่อไปนี้
- หากทีวีของคุณใช้สายเคเบิล S-Video สำหรับสัญญาณวิดีโอ ให้ทำดังนี้
- ต่อสายเคเบิล S-Video เข้ากับช่องเสียบสายสัญญาณ S-Video TV-out (โปรดดูรูปที่ 7)
- ต่อปลายอีกด้านหนึ่งเข้ากับช่องเสียบสายสัญญาณ S-Video ของทีวี
การต่อสายเคเบิล S-Video ซึ่งให้มาพร้อมกับทีวีเข้ากับช่องเสียบสายสัญญาณ S-Video ของทีวีและช่องเสียบสายสัญญาณ S-Video TV-out ของคอมพิวเตอร์จะทำให้คอมพิวเตอร์ของคุณสามารถแสดงผลทางทีวีได้
- หากทีวีของคุณใช้สายเคเบิลวิดีโอแบบรวมสำหรับสัญญาณวิดีโอ ให้ทำดังนี้
- ต่อสายเคเบิลอะแดปเตอร์ TV-Out แบบรวมซึ่งให้มาพร้อมกับเครื่องคอมพิวเตอร์เข้ากับช่องเสียบสายสัญญาณ S-Video TV-Out ของเครื่องคอมพิวเตอร์ (โปรดดูรูปที่ 7)
- ต่อปลายอีกข้างของสายเคเบิลอะแดปเตอร์ TV-Out แบบรวมเข้ากับสายเคเบิลสัญญาณวิดีโอรวมของทีวี
- ต่อสายเคเบิลสัญญาณวิดีโอรวมเข้ากับช่องเสียบสายสัญญาณวิดีโอรวมของทีวี
คุณต้องใช้ทั้งสายเคเบิลอะแดปเตอร์ TV-out แบบรวมที่ได้มาพร้อมกับคอมพิวเตอร์และสายเคเบิลวิดีโอแบบรวมที่ได้มาพรัอมกับทีวีของคุณ เมื่อต่อสายเคเบิลทั้งสองเข้าด้วยกัน และนำไปต่อเข้ากับช่องเสียบสายสัญญาณเข้าแบบรวมของทีวีและช่องเสียบสายสัญญาณ
S-Video TV-out ของคอมพิวเตอร์แล้ว คอมพิวเตอร์ของคุณจะสามารถแสดงผลทางทีวีได้
คุณสามารถเชื่อมต่ออุปกรณ์ด้านเสียง เช่น ลำโพง ไมโครโฟนและหูฟังเข้ากับเครื่องคอมพิวเตอร์ของคุณได้ รูปที่ 8 แสดงตำแหน่งของแจ็คสายสัญญาณเสียงและช่องเสียบสายสัญญาณ S-Video
- ต่อสายสัญญาณเสียงของไมโครโฟนเข้ากับแจ็คไมโครโฟน ซึ่งเรียกอีกอย่างว่าแจ็ค MIC IN
- ต่อลำโพงหรือหูฟังเข้ากับแจ็คต่อหูฟัง/ลำโพงที่เรียกว่าแจ็ค LINE OUT
- ต่อสายเคเบิล S-Video จากอุปกรณ์บันทึก/เล่นเสียงเข้ากับช่องเสียบสายสัญญาณ S-Video โปรดดูที่ "S-Video (โทรทัศน์)" VCR และกล้องวิดีโอเป็นอุปกรณ์สำหรับบันทึก/เล่นเสียง
รูปที่ 8 การเชื่อมต่ออุปกรณ์เสียงและ S-Video
 |
| 1 |
แจ็คต่อหูฟัง/ลำโพง (LINE OUT) |
| 2 |
แจ็คไมโครโฟน (MIC IN) |
| 3 |
ช่องเสียบสายสัญญาณ S-Video |
|
หากคอมพิวเตอร์ของคุณใช้ระบบปฏิบัติการไมโครซอฟต์วินโดวส์ 95 คุณสามารถควบคุมเสียงของคอมพิวเตอร์ได้ทางหน้าต่าง
Dell Control Center Speaker โปรแกรมการตั้งค่าระบบ หรือใช้คีย์ผสม
กลับไปยังหน้าเอกสารหลัก
|